พอได้ยินคำพูดของสามี สีหน้าจางซูเฟินก็หม่นลง ก่อนจะวางชามกับตะเกียบลงบนโต๊ะอาหารอย่างแรงจนเกิดเสียงเพี๊ยะ
เด็ก ๆ ในบ้านกับหม่าจื้อเชาต่างหันมามองเธอ หม่าจื้อเชาขมวดคิ้วถามว่า “คุณเป็นอะไรเนี่ย? โมโหอะไรขึ้นมาอีก? หือ?”
ตอนนี้จางซูเฟินรู้สึกน้อยใจเหลือเกิน
ต้องรู้ก่อนว่าเมื่อครู่ตอนซูเหมียนไปฟ้องฟู่เยี่ยนชิง ฟู่เยี่ยนชิงก็เข้าข้างซูเหมียนทันที แถมยังทำเมินเธอ พูดออกมาด้วยว่า “เกี่ยวอะไรกับเธอ”
แต่พอเป็นสามีตัวเอง กลับตำหนิเธอก่อนเป็นคนแรก
พอเอามาเปรียบเทียบกันแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ สามีของเธอกับฟู่เยี่ยนชิงนี่ราวฟ้ากับเหว
จางซูเฟินรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ ทำไมผู้หญิงอ้วนอย่างซูเหมียนถึงยังมีคนคอยเอาใจใส่
แล้วสามีของตัวเองล่ะ? กลับเข้าข้างคนนอก แถมยังโทษเธอก่อน คอยหาความผิดจากเธอ
“คุณคิดว่าฉันโมโหเพราะอะไร? เมียคุณโดนคนรังแก คุณไม่เข้าข้างฉันก็แล้วไป ยังจะมาตำหนิฉันอีกเหรอ?”
ยิ่งพูดจางซูเฟินก็ยิ่งคุมเสียงไม่อยู่ เธอตะโกนใส่หม่าจื้อเชา
เห็นเธอโมโหขึ้นมาง่าย ๆ แบบนี้ หม่าจื้อเชาก็เริ่มหงุดหงิด เขาวางตะเกียบกระแทกโต๊ะแล้วลุกขึ้น ชี้หน้าจางซูเฟินพลางตะโกนว่า “ฉันไม่ได้เข้าข้างคุณเหรอ? ฉันไม่รู้หรือไงว่าคุณเป็นคนยังไง? หือ?”
“แล้วฉันเป็นคนยังไง คุณก็พูดมาสิ!”
ทั้งคู่ทะเลาะกันต่อหน้าลูกทั้งสามคน
“ฉันบอกแล้วไงว่าแค่ใช้ชีวิตของเราให้ดี ๆ ก็พอ คุณจะไปยุ่งเรื่องบ้านคนอื่นทุกวันทำไม?”
“ฉันกล้าพูดเลยนะ ถ้าคุณไม่ไปหาเรื่องผู้บังคับกองพันฟู่กับภรรยาของเขาก่อน พวกเขาสองคนไม่มีทางมาหาเรื่องคุณเองหรอก”