ซูเหมียนได้ยินฟู่เยี่ยนชิงบอกว่าตัวเองทำไม่เป็น ก็รีบตอบว่า “ฉันทำเป็นค่ะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง คุณไม่ต้องเป็นห่วง”
ฟู่เยี่ยนชิงถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ตอนนั้นเพราะไม่อยากสาวความเรื่องเก่า เขาจึงไม่ได้ถามให้ชัดถึงชาติกำเนิดและที่มาของซูเหมียน
“คุณปลูกผักเก่งมากเหรอ?” ฟู่เยี่ยนชิงถามอีกครั้ง
“ก็พอทำได้ค่ะ ตอนเด็ก ๆ พ่อกับแม่ต้องไปทำงาน ไม่มีใครอยู่บ้านคอยดูแล ฉันเลยถูกจับใส่ตะกร้าสะพายหลัง พาไปแปลงผักด้วยกันตั้งแต่เล็ก” ซูเหมียนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ฟู่เยี่ยนชิงเป็นทหารหนุ่มจากครอบครัวมีฐานะในเมืองปักกิ่ง เติบโตที่นั่นมาตั้งแต่เกิด ส่วนการมาประจำที่เมืองอู๋หยางก็เป็นเพียงการฝึกฝนประสบการณ์เท่านั้น
เขาเป็นทหารที่มีการศึกษาสูง ตั้งแต่เด็กจนโตได้รับการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
แต่เรื่องปลูกผักไม่ใช่จุดแข็งของเขาจริง ๆ เพราะไม่เคยลงมือทำมาก่อน
ฟู่เยี่ยนชิงรู้ดีว่าการทำไร่ทำนานั้นลำบาก จะโยนเรื่องทั้งหมดให้ซูเหมียนจัดการคนเดียวก็คงไม่ได้
“หรือรอวันหยุดราชการก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมเรียกทหารสักสองสามคนใต้บังคับบัญชามาช่วยคุณ”
ซูเหมียนได้ยินดังนั้นก็รีบโบกมือ “ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้องจริง ๆ!”
ช่วงนี้เธอสังเกตเห็นคนในบ้านพักครอบครัวทหารที่ปลูกผักอยู่บริเวณลานหน้าบ้าน ส่วนใหญ่ก็ไถดินและลงมือปลูกกันเองตอนมีเวลาว่าง
ยิ่งไปกว่านั้น แปลงผักทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร จะเรียกทหารมาช่วยปลูกให้เธอทำไมกัน?