“ซาลาเปานี่...มาจากโรงอาหารเหรอ?”
เกาฉุนเหมยชี้ซาลาเปาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอยู่บนโต๊ะแล้วเอ่ยถาม
หลิงหลิงรู้สึกผิดอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้แม่กำชับเธอแล้วว่าอย่ารับของที่คุณน้าซูให้มาอีก
แต่เมื่อครู่เธอแค่เอาเต้าหู้ไปให้ คุณน้าซูก็ให้ของอร่อยกลับมาที่บ้านอีกแล้ว
ของหอมขนาดนี้ หลิงหลิงปฏิเสธไม่ลงจริง ๆ
แถมคุณน้าซูยังบอกด้วยว่า ถ้าแม่ดุเธอ ก็จะรับผิดชอบเอง
“แม่คะ คุณน้าซูยัดเยียดให้หนูเอง หนู...หนูได้กลิ่นหอมมาก ก็เลยอดใจไม่ไหว...”
ไม่ต้องพูดต่อ เกาฉุนเหมยก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนนั้นเอง อวี๋จ้านที่อยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นว่า “จะว่าไป ภรรยาของฟู่เยี่ยนชิงทำอาหารเก่งจริง ๆ นิสัยอย่างฟู่เยี่ยนชิงก็ควรได้ภรรยาที่เอาใจใส่แบบนี้ คอยอยู่ข้างกายและดูแลเขา”
พอได้ยินคำพูดชวนปวดหัวของสามี เกาฉุนเหมยก็อดกลอกตามองอวี๋จ้านไม่ได้
“ฟังดูสิว่าพูดอะไรออกมา พวกผู้หญิงอย่างเราก็เกิดมาเพื่อคอยรับใช้พวกผู้ชายอย่างพวกคุณงั้นเหรอ?”
พูดถึงเรื่องนี้ทีไร เกาฉุนเหมยก็อดโมโหขึ้นมาไม่ได้
เธอรู้ดีที่สุดว่าสามีตัวเองเป็นคนยังไง
ทั้งชายเป็นใหญ่ แถมยังคิดอยู่เสมอว่าฟู่เยี่ยนชิงเพื่อนรักของตัวเองเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลก ไม่มีผู้หญิงคนไหนคู่ควรกับเพื่อนเขา
ผู้ชายก็มีความรู้สึกชื่นชมยกย่องกันอยู่บ้าง อวี๋จ้านชื่นชมฟู่เยี่ยนชิงมาตลอด แม้อีกฝ่ายจะอายุน้อยกว่าเขาก็ตาม