เมื่อเห็นซูเหมียนทำหน้างุนงง ไม่ได้คิดเลยสักนิดว่าจะนอนเตียงเดียวกับเขา
ฟู่เยี่ยนชิงก้มหน้าลง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจว่าช่างมันเถอะ
เขาส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร ต่อจากนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันตามกฎหมายแล้ว ฝากตัวด้วยนะ”
ซูเหมียนชะงักไป ก่อนจะยิ้มหวานให้ฟู่เยี่ยนชิงอีกครั้ง
“อืม ฝากตัวด้วยนะ”
ฟู่เยี่ยนชิงมองใบหน้าของซูเหมียน ในใจกระจ่างดีว่าถ้าคืนนี้ไม่เอ่ยปากขอนอนห้องเดียวกัน ต่อไปเขาคงยิ่งพูดได้ยาก
แต่พอคิดดูแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่มีพื้นฐานความรู้สึกต่อกัน แถมการแต่งงานก็เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ
ช่างเถอะ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน
“อืม กลับไปพักผ่อนเถอะ” ฟู่เยี่ยนชิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
พอได้ยินเช่นนั้น ซูเหมียนก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ในใจทั้งโล่งอกและแอบผิดหวังเล็กน้อย
เธอเหมือนจะแอบคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่ลึก ๆ แต่ก็คิดว่าฟู่เยี่ยนชิงคงไม่มีทางชอบตัวเธอในสภาพตอนนี้
คิดไปคิดมา การรักษาสภาพเดิมไว้คงดีที่สุด
“ได้ งั้นฉันกลับห้องไปพักก่อนนะ”
พูดจบ ซูเหมียนก็เดินเข้าห้องไป
ตอนประตูปิดลง เธอเอนหลังพิงบานประตูแล้วค่อย ๆ ถอนหายใจออกมา
หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ชีวิตของเธอในบ้านพักครอบครัวทหารก็ลงตัวแน่นอนแล้ว
ขั้นต่อไปคือหาทางใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทั้งลานหน้าบ้านและหลังบ้าน
ซูเหมียนเติบโตในชนบทมาตั้งแต่เด็ก เห็นพ่อกับพี่ชายช่วยกันทำไร่ทำนาอย่างยากลำบาก จึงทนเห็นแปลงผักในลานบ้านถูกปล่อยทิ้งเปล่าไม่ได้