เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มคล้อยตาม กู้เจี้ยนเช่อผู้เป็นพ่อก็รีบฉวยโอกาสก้าวออกมาพูดต่อ
“มีบางเรื่องที่พ่อไม่อยากพูดให้ชัดเจน เพราะกลัวลูกจะอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
แต่เพราะลูกเป็นลูกแท้ ๆ พ่อก็จะลำเอียงเข้าข้างลูก ปล่อยให้ชิงชิงต้องน้อยใจอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้
ถ้าลูกไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยม งานในร้านหนังสือจะตกเป็นของลูกได้ยังไง
ตอนนี้ก็แค่คืนงานนี้ให้เจ้าของเดิมเท่านั้นเอง”
กู้หนิงโกรธจนหัวเราะออกมา พวกเขาไม่เพียงอยากให้เธอยกงานให้ ยังคิดจะเหยียบเธอเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองอีก
อยากได้ทั้งสองอย่าง ช่างหน้าด้านไร้ยางอาย
“หน้าพวกคุณนี่หนาจนยิงด้วยกระสุนยังทะลุไม่เข้าเลยนะ แย่งกำไลหยกของฉันไปแล้วก็ยังจะแย่งงานอีก อยากได้ทุกอย่าง เป็นขโมยจนติดใจแล้วหรือไง
ถ้าพูดตามที่คุณว่า งานในร้านหนังสือก็ควรเป็นของกู้ชิงชิง
แล้วทำไมตอนนี้ฉันสอบได้ใบรับรองนักแปลระดับกลางแล้ว แต่กู้ชิงชิงยังไม่ใช่แม้แต่นักแปลระดับเริ่มต้นล่ะ”
คำพูดสุดท้ายของกู้หนิงแทงใจพวกเขาเข้าอย่างจัง
ถ้าใบรับรองนักแปลสอบได้ง่ายขนาดนั้น กู้ชิงชิงก็คงไม่สอบตกติดต่อกันสามสี่ครั้งหรอก
คนอื่น ๆ ไม่ได้โง่ เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล สีหน้าของพวกเขาก็ยากจะอธิบาย
กู้เจี้ยนเช่อนี่สมองมีน้ำเข้าไปแล้วหรือไง
เพื่อคนนอกถึงกับใส่ร้ายลูกสาวแท้ ๆ ต่อหน้าคนอื่น มิน่ากู้หนิงถึงตัดขาดกับเขา
ก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดว่ากู้หนิงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
พ่อแม่ทั่วหล้าไม่มีใครผิดหรอก อดทนสักหน่อยก็สงบ ถอยคนละก้าวครอบครัวก็ปรองดอง
