พ่อกู้ออกจากสถานีตำรวจแล้ว ก็พาไป๋โหรวมุ่งหน้าไปยังบ้านเก่าของตระกูลกู้ทันที
“เพื่อนร่วมรบของคุณพ่อเป็นหัวหน้าสถานีตำรวจโจวในตอนนี้ เขาเคยติดหนี้บุญคุณคุณพ่ออยู่ครั้งหนึ่ง
เรื่องที่เทียนชื่อก่อไว้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าอยากช่วยเขาออกมาได้ ก็ต้องอาศัยบารมีของคุณพ่อ”
ไป๋โหรวได้ยินดังนั้นก็เผยสีหน้าดีใจ ฝีเท้าเร่งเร็วขึ้นไม่น้อย
ตาแก่เฮงซวยนั่นถึงจะหัวดื้อ แต่พอถึงเวลาสำคัญก็ยังพอมีประโยชน์
“งั้นตอนนี้เราไปหาเขากันเลยเถอะ เทียนชื่ออยู่ในคุกเพิ่มอีกวัน ก็ต้องทนทุกข์เพิ่มอีกวันนะ”
พ่อกู้ส่ายหน้า “เราต้องไปเอาจดหมายที่ห้องหนังสือของคุณพ่อมาให้ได้ก่อน”
มีจดหมายที่หัวหน้าสถานีโจวเขียนด้วยลายมืออยู่ เขาก็จำเป็นต้องช่วยเพราะเห็นแก่หน้า
พ่อกู้รู้ดีว่าเรื่องนี้จัดการไม่ง่าย
แต่เขามีลูกชายอยู่คนเดียว จะไม่ยอมเสี่ยงฝืนใจทำก็ไม่ได้
“ยัยกู้หนิงนั่นจะยอมให้เราเข้าไปเหรอ?”
ไป๋โหรวมีท่าทีลังเล ตอนนี้เธอคร้านจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้ว
นังนั่นถึงขั้นไล่พวกเขาออกจากบ้านได้ จะไม่ยอมให้เข้าไปก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ทั้งสองคุยกันไปจนเดินมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลกู้
ที่น่าแปลกคือภาพที่พวกเขาคาดการณ์ไว้กลับไม่เกิดขึ้น
บ้านทั้งหลังเงียบจนน่าประหลาด ประตูใหญ่ก็ไม่ได้ล็อก
แต่ข้าวของภายในบ้านยังจัดวางเหมือนเดิมทุกอย่าง พ่อกู้จึงกดความรู้สึกผิดปกติในใจไว้ แล้วตรงไปยังห้องหนังสือของคุณพ่อ
เขารื้อค้นอยู่พักใหญ่ แทบจะค้นห้องหนังสือจนพลิกแผ่นดิน แต่กลับไม่พบจดหมายที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าสถานีโจวเลยสักฉบับ
