กู้หนิงเลิกคิ้ว ไม่คิดจะเสียเวลาถือสาอีกฝ่าย
ยังต้องนั่งรถไฟต่ออีกวันกับหนึ่งคืน เธอไม่อยากหาเรื่องยุ่งยากที่ไม่จำเป็นมาใส่ตัว
“ขอบคุณค่ะ”
“เรื่องเล็กน้อยเองครับ”
ชายหนุ่มยิ้มละมุน ทว่าพอถูกกู้หนิงมองเข้า แก้มทั้งสองข้างก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ
เรื่องไม่น่าพอใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงผ่านไปเช่นนั้น
หลังจากนั้น เสียงเด็กร้องไห้ปะปนกับเสียงผู้ใหญ่พูดคุยดังขึ้นทั่วตู้โดยสาร
ป้าคนนั้นเงียบลงไปมาก
แต่ก็ยังคอยจ้องกู้หนิงด้วยสายตาเคียดแค้นเป็นครั้งคราว
กู้หนิงยักไหล่ ไม่ได้ใส่ใจนัก
คนที่เกลียดเธอมีถมไป
ตอนนี้คนหนึ่งถูกส่งไปชนบท ส่วนอีกคนอยู่ในคุก
ส่วนอีกสองคน คาดว่าคงถูกส่งไปใช้แรงงานที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
*
สองชั่วโมงต่อมา กู้หนิงดื่มน้ำร้อนหยดสุดท้ายจากกระติกจนหมด จึงจำต้องลุกไปเติมน้ำ
ที่ปลายตู้โดยสารแต่ละตู้มีเตาน้ำร้อน ซึ่งส่วนใหญ่มีน้ำร้อนให้ใช้ตลอดเวลา
เธอเพิ่งเติมน้ำใส่กระติกจนเต็ม ก็มีคนมายืนข้าง ๆ
“สหาย บังเอิญจังเลยนะครับ”
ชายหนุ่มยกมือดันแว่น พลางยิ้มให้เธอ
“ผมแซ่อู๋ ชื่อเทียนครับ เป็นคนเมืองหูซื่อเหมือนกัน ยังไม่ได้ถามเลยว่าสหายแซ่อะไร”
กู้หนิงมองรอยยิ้มอ่อนโยนของชายหนุ่ม ก่อนเอ่ยช้า ๆ “ฉันแซ่เจียงค่ะ”
เวลาออกจากบ้าน ใคร ๆ ก็ตั้งชื่อแซ่ให้ตัวเองได้ทั้งนั้น
“สหายเจียง อย่าเก็บเรื่องเมื่อกี้มาใส่ใจเลยนะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างระมัดระวัง ดูเหมือนอยากปลอบใจเธอ
กู้หนิงพยักหน้าเล็กน้อย สีหน้าไม่ได้แสดงอารมณ์มากนัก ยังคงยิ้มอย่างพอดี
