เห็นหลินรัวถังยื่นมือมาอย่างเปิดเผย หวังฉางเฟิงลูกผู้ชายตัวโตจะมาเขินอายอะไรอีก
เขาจับมือหลินรัวถัง พลางคิดในใจ “มือนุ่มลื่นจริง ๆ เลย!”
วินาทีต่อมา หวังฉางเฟิงก็ชะงักไป
“ผิวพรรณดั่งกลีบบัว กระดูกดุจรากบัว นี่มันหรือว่า...”
หวังฉางเฟิงพลันนึกถึงหนึ่งในเก้าร่างกายพิเศษ
เขาเผลอขยำมือไปสองสามที
หลินรัวถังกัดฟันพูด “หวังฉางเฟิง นายจับพอหรือยัง?”
หวังฉางเฟิงเห็นหลินรัวถังหน้าแดงด้วยความโกรธ รีบดึงสติกลับมา หัวเราะแห้ง ๆ “ระวังเท้าหน่อยนะ!”
ผ่านไปอีกสิบนาที ในที่สุดหลินรัวถังก็ถูกหวังฉางเฟิงจูงมือพามาถึงไร่องุ่นของเขา
เห็นไร่องุ่นเขียวชอุ่มนี้ หลินรัวถังก็อึ้งไป ยืนนิ่งอยู่กับที่
ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง หล่อนไม่มีทางเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง
เถาองุ่นทุกต้นมีลำต้นใหญ่เท่าแขนเด็ก ใบไม้ใหญ่เท่าพัด
เมื่อวานหวังฉางเฟิงรดน้ำองุ่นไปสองร่อง ได้ผลเยอะ แต่เขามีรถสามล้อคันเดียว ใส่ได้ไม่หมด
ตรงขอบยังมีองุ่นอีกหลายพวงที่ยังไม่ได้เก็บ แขวนอยู่บนเถา
ถึงกระนั้นก็เพียงพอทำให้หลินรัวถังตะลึงจนพูดไม่ออก
หวังฉางเฟิงเก็บองุ่นมาหลายพวงด้วยมือตัวเองใส่ตะกร้าสะพาย และส่งให้หลินรัวถังหนึ่งพวง
“องุ่นผมไม่ได้ฉีดยาฆ่าแมลง สะอาดมาก กินได้เลย”
หลินรัวถังรับองุ่นไปด้วยสีหน้างงงวย น้ำหนักองุ่นที่หนักมือทำให้หล่อนได้สติจากความตกตะลึง
“คุณทำได้ยังไง?”
“ถึงฉันจะไม่รู้เรื่องทำนา แต่ก็ดูออกว่าดินบนภูเขานี้ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าดินดีด้านล่าง”
