เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเฟิงป๋อเสียน
หลี่เมิ่งอวิ๋นก็ใจเต้นระทึก “ป๋อเสียน กำไลจะจริงหรือปลอมก็เป็นน้ำใจของเด็ก เรารีบกินข้าวกันเถอะ อย่ามัวดูมันเลย”
หลี่เมิ่งอวิ๋นกลัวจริง ๆ ว่าเฟิงป๋อเสียนจะพูดออกมาว่ากำไลเป็นของปลอม ถ้าเป็นอย่างนั้นหลี่จวินคงขายหน้าแย่
แต่ทันทีที่หลี่เมิ่งอวิ๋นพูดจบ ไป๋ซิ่วหรงก็รีบเอ่ยขึ้นว่า “พี่สะใภ้พูดแบบนี้ได้ยังไง? เมื่อกี้หลานหลี่จวินบอกแล้วว่าเป็นของจริง”
“ในเมื่อเป็นของจริง จะต้องกลัวอะไร? มีหลานชายแสนดีซื้อกำไลหยกชั้นเลิศให้ทั้งที พี่ก็น่าจะดีใจสิ”
ไป๋จิงถิงหันไปมองหลี่จวิน
“หลี่จวิน ตอนนี้นายยังยืนยันว่ากำไลเป็นของจริงอยู่ไหม?”
“แน่นอน” หลี่จวินยิ้มบาง ๆ
แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ยังไม่มีวี่แววอารมณ์ใดปรากฏบนใบหน้าเขา
“เสแสร้งเก่งจริง ๆ”
ไป๋ซิ่วหรงเบ้ปาก
ในตอนนั้นเอง สีหน้าของเฟิงป๋อเสียนกลับยิ่งเคร่งขรึมขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้ายเขาถึงกับหลับตาและสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“ป๋อเสียน ตกลงว่าจริงหรือปลอม พูดออกมาสักทีสิ”
ไป๋ซิ่วหรงเร่งเร้าอย่างร้อนใจ
เธอแทบรอรู้ผลไม่ไหวแล้ว
เฟิงป๋อเสียนหันไปมองหลี่จวิน แล้วถามว่า “กำไลวงนี้คุณซื้อมาจากไหน?”
“เพื่อนให้มาครับ” หลี่จวินตอบ
เฟิงป๋อเสียนหันไปบอกทุกคนว่า “กำไลวงนี้ไม่ธรรมดา เป็นหยกปี่จงชั้นเลิศ มีตำหนิน้อยมาก ต่อให้ส่องกับแสงแดด ก็ยังเห็นเส้นใยอยู่เพียงเล็กน้อย”
“พูดได้เต็มปากเลยว่า ในช่วงหลายปีที่ผมคลุกคลีกับหยกมา นี่เป็นกำไลหยกที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอ”
