“ไอ้หนู อยากให้หักแขนข้างไหน?”
เฉินลิ่วกำหมัดแน่น มุมปากแสยะยิ้มเย็นชาอย่างโหดเหี้ยม
ส่วนฟู่หงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กอดอกอยู่กับที่ ไม่มีทีท่าว่าจะถอยห่าง
เธอรู้ดีถึงฝีมือของบอดี้การ์ดตัวเอง การจัดการกับชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเรื่องง่ายดาย ใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
“ฉันอยากหักแขนของนาย”
หลี่จวินยิ้มบาง ๆ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
“แกนี่มันไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ” เฉินลิ่วหัวเราะเยาะอย่างเหี้ยมเกรียม
วินาทีถัดมา เขาก็จู่โจมทันที ราวกับพยัคฆ์ตะครุบเหยื่อ หมัดหนึ่งพุ่งใส่ใบหน้าหลี่จวิน อีกหมัดตั้งการ์ดป้องกันตัว ขณะเดียวกันก็ยกเข่ากระแทกเข้าที่ท้องของหลี่จวิน
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเชี่ยวชาญการต่อสู้สมัยใหม่ ลงมือรวดเร็วดุจสายฟ้า พละกำลังและความเร็วล้วนไม่ธรรมดา
หลี่จวินแค่นหัวเราะ
เขาใช้ท่ากรงเล็บอินทรีจับหมัดของเฉินลิ่วไว้ได้อย่างแม่นยำ ขณะเดียวกันก็เลื่อนข้อศอกขวาลง ราวกับทวนเล่มหนึ่ง แทงเข้าที่หัวเข่าของเฉินลิ่ว
“ปัง!”
ชั่วพริบตานั้น เฉินลิ่วรู้สึกราวกับหัวเข่ากระแทกเข้ากับแผ่นเหล็กแข็ง ๆ ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมา
“ซี๊ด!”
เขาสูดปากด้วยความเจ็บปวด
รู้ตัวแล้วว่าพบยอดฝีมือเข้า จึงคิดถอยหนี
ทว่าในขณะนั้น หลี่จวินออกแรงบีบนิ้วทั้งห้า บดขยี้หมัดของเขาจนแหลกทันที
จากนั้นหลี่จวินก้าวขาไปข้างหน้า แล้วกระแทกไหล่ใส่หน้าอกเฉินลิ่วอย่างแรง
“ปัง!”
คราวนี้ร่างของเฉินลิ่วลอยขึ้นจากพื้น เท้าทั้งสองข้างลอยคว้าง ร่างพุ่งถอยหลังไป
