ยิ่งถังเจียงเซียนพูดเช่นนี้ ฉีฉืออี้และอู๋หมานจือก็ยิ่งรู้สึกว่านางอ่อนโยนและมีเมตตา และยิ่งรู้สึกว่าถังเมี่ยวซินโหดร้ายทารุณ
ฉีฉืออี้ยิ้มถามถังเจียงเซียนว่า “พิธีหมั้นระหว่างเจ้ากับไท่จื่อกำหนดวันไว้แล้วหรือยัง ข้ากับหมานจือต่างรอดื่มสุราฉลองของเจ้าอยู่นะ”
ใบหน้าของถังเจียงเซียนปรากฏความเขินอายขึ้นเล็กน้อย “โอ้ย เรื่องการแต่งงานนั้น ล้วนเป็นไปตามคำสั่งของบิดามารดาและคำพูดของแม่สื่อ ให้ข้าตอบเช่นไรดีเล่า”
อู๋หมานจือแตะหน้าผากนางเบา ๆ “ทั่วทั้งเมืองหลวงผู้ใดเล่าจะไม่รู้ว่าไท่จื่อมีใจให้เจ้าเป็นพิเศษ ที่นี่ก็ไม่มีคนนอก เจ้าจะอายสิ่งใดกัน”
ถังเจียงเซียนแสดงสีหน้าอาย ๆ “เมื่อวานไท่จื่อตรัสว่าหลังจากกราบทูลฮ่องเต้และฮองเฮาแล้ว จะมาที่จวนเพื่อส่งของหมั้น...”
นางทำท่าลืมปาก “เรื่องนี้ยังไม่แน่นอน พวกเจ้าห้ามแพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด!”
อู๋หมานจือและฉีฉืออี้คบหากับนาง สาเหตุใหญ่ก็เพราะนางสนิทสนมกับหนิงจื้อหยวน และนางมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นไท่จื่อเฟย
ทั้งสองได้รับคำตอบที่แน่นอนจากนางแล้ว ต่างก็แอบปฏิญาณในใจว่า ต่อไปนี้จะต้องจัดการกับถังเมี่ยวซินให้สาสม และเอาใจถังเจียงเซียนให้ดี
หลังจากทั้งสองจากไป มุมปากของถังเจียงเซียนก็ยกขึ้นเล็กน้อย ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการของนาง
เมื่อวานนี้เอง หนิงจื้อหยวนให้คนนำของบำรุงมาส่งให้นาง ข้างในมีจดหมายที่เขาเขียนด้วยลายมือตนเอง
ในจดหมายเขาบอกให้นางดูแลร่างกายให้ดี รอเขามารับนางไปแต่งงาน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัญญาจะแต่งงานกับนางอย่างตรงไปตรงมา เมื่อนางคิดว่าอีกไม่นานนางก็จะกลายเป็นไท่จื่อเฟยที่ใครต่อใครต่างก็อิจฉา มุมปากของนางก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้น
