ถังเมี่ยวซินพูดจบก็อยากจะดิ้นออกจากอ้อมกอดของหนิงกูโจว แต่เขากลับกอดนางแน่นจนไม่อาจดิ้นหลุดได้
นางเริ่มร้อนใจ เงยหน้ามองเขาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาทหมายความว่าอย่างไร? หรือจะคิดบิดพลิ้วสัญญา?”
หนิงกูโจวขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ได้หมายความว่าอย่างอื่น ข้าแค่คิดว่าเจ้าเฉลียวฉลาดนัก เหมาะที่จะเป็นอ๋องเฟยของข้า”
เขามองเห็นแววไม่พอใจในดวงตานาง จึงเอ่ยเสริมอีกว่า “ข้าแค่คิดว่าเจ้าเหมาะสมเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับความรักใคร่”
ถังเมี่ยวซินยื่นมือไปแกะนิ้วของเขาที่คล้องอยู่ที่เอวนางออกทีละนิ้ว “ขออภัยด้วย ข้าไม่มีความสนใจจะเป็นอ๋องเฟยแม้แต่น้อย”
“ข้าเป็นคนเคยชินกับการใช้ชีวิตอิสระ ไม่ชอบชีวิตที่ถูกจำกัด”
นางพูดจบก็หัวเราะขึ้นอีกครั้ง “แต่ที่ฝ่าบาทมาพูดกับข้าแบบวันนี้ ข้าก็ยังดีใจอยู่หรอก ข้าชอบคนที่ชมว่าข้าฉลาดที่สุด!”
หนิงกูโจวค่อย ๆ คลายมือลง แล้วถามเสียงเบา “เช่นนั้นเจ้าต้องการสิ่งใด จึงจะยอมเป็นอ๋องเฟยของข้าไปตลอด?”
ถังเมี่ยวซินรู้สึกว่าหัวข้อนี้ช่างอันตราย จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “บุรุษเป็นสัตว์โลกที่ใช้เหตุผล ส่วนสตรีเป็นสัตว์โลกที่ใช้อารมณ์”
“ในโลกนี้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ข้ายอมอยู่เคียงข้างบุรุษคนหนึ่งได้ด้วยความเต็มใจ ก็คือความรักเท่านั้น”
“ข้าไม่มีวันชอบฝ่าบาทเด็ดขาด เพราะฝ่าบาทไม่ใช่ประเภทที่ข้าชอบ!”
หนิงกูโจว “...”
สีหน้าของเขามืดลงในทันที
ถังเมี่ยวซินกลัวว่าเขาจะลงมือทำร้ายนาง จึงรีบหลบไปอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว แล้วหัวเราะเสียงดัง “ฝ่าบาทวางใจเถิด ถึงข้าจะไม่ชอบท่าน แต่ข้าจะทำหน้าที่ของข้าให้ดี!”
หนิงกูโจวมองนางแวบหนึ่ง ส่งเสียงหึอย่างเย็นชาแล้วเดินออกไป
