หานมู่เฉินกลัวเสิ่นหลิงหลิงจะเสียเปรียบ จึงรีบร้อนตามมา แต่กลับเห็นปัญญาชนสาวเสิ่นที่อ่อนโยนในความทรงจำของเขากำลังถือไม้คลึงแป้ง จ้องไป๋เชี่ยนอย่างเอาเรื่อง ท่าทางกับสีหน้านั้นเหมือนลู่เหวินเซิงไม่มีผิด
เขากลั้นขำไว้ ก่อนหันไปตะโกนใส่ไป๋เชี่ยน “เธอจะเอายังไงถึงจะพอ?”
ไป๋เชี่ยนไม่สนใจเขา ตรงเข้าไปถามเสิ่นหลิงหลิง “เป็นเธอใช่ไหม? เธอต้องยั่วพี่มู่เฉินของฉันแน่ ๆ เขาถึงได้ไม่ชอบฉันแล้ว!”
เสิ่นหลิงหลิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง “ใช่ ถูกต้องเลย ฉันเอง! แล้วเธอจะทำไม?”
ไป๋เชี่ยนแทบตาถลน ยื่นมือจะเข้าไปข่วนเธอ แต่เสิ่นหลิงหลิงก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้รังแกง่าย ๆ หลายวันมานี้เธอเห็นลู่เหวินเซิงทะเลาะวิวาท จึงเรียนรู้มาบ้าง แม่น้องเซิงบอกไว้ว่า ใครได้เส้นผมไป คนนั้นก็ชนะ
เสิ่นหลิงหลิงหลบกรงเล็บของไป๋เชี่ยน พลิกตัวอ้อมไปด้านหลัง แล้วคว้าผมของอีกฝ่ายดึงลงอย่างแรง
สำเร็จ!
ไป๋เชี่ยนขยับตัวไม่ได้ทั้งร่าง เหลือเพียงแขนที่สะบัดไปมาอย่างไร้ทิศทางกับปากที่พร่ำไม่หยุด
“เสิ่นหลิงหลิง นังผู้หญิงสารเลว ปล่อยฉันนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
เสิ่นหลิงหลิงพยายามนึกภาพท่าทางตอนลู่เหวินเซิงด่าคน แล้วสวนกลับไปว่า
“แม่น้องเซิงพูดถูกจริง ๆ ปัญญาชนสาวไป๋ด่าเป็นแค่คำว่า ‘สารเลว’ จริง ๆ ด้วย ถุย! ด่าคนยังไม่เป็นแล้วยังจะมาทะเลาะกับคนอื่นอีกเหรอ? รีบกลับไปฝึกให้มากกว่านี้เถอะ ว่าแต่เธอยังจะสู้ต่อไหม? ฉันต้องไปก่อไฟแล้ว…”
“พรืด…”
ในที่สุดหานมู่เฉินก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่ เขาคว้าแขนข้างหนึ่งของไป๋เชี่ยนไว้ แล้วกล่าวกับเสิ่นหลิงหลิงอย่างรู้สึกผิดว่า