ตอนที่ลู่เหวินเซิงกับคนอื่น ๆ มาถึงที่พักของปัญญาชนที่ลงชนบท หลี่เยี่ยนกำลังเย็บผ้าอยู่ในลาน พอเห็นสภาพยับเยินของพวกเขา ก็อดเยาะเย้ยอย่างสะใจไม่ได้
“คนเราน่ะ ต้องรู้จักวางตัวให้ถ่อมตนบ้าง ไม่อย่างนั้นก็จะโดนสนองคืน! สวรรค์นี่ช่างยุติธรรมจริง ๆ!”
พอนึกถึงท่าทางหยิ่งยโสของพวกเขาตอนเพิ่งมาถึง ก็หัวเราะเยาะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ชิ แค่งานในไร่นิดหน่อยยังทำไม่ไหว ไม่รู้เอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงกล้ามาวางอำนาจต่อหน้าพวกเราที่ลงชนบทมาก่อน”
หลวี่ห้าวได้ยินแล้วก็ทำท่าจะเข้าไปเถียง แต่ยังไม่ทันได้พูด ลู่เหวินเซิงก็คว้าคอเสื้อด้านหลังแล้วดึงเขากลับมา
เขายังไม่ทันได้ถาม ก็เห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ใช้การกระทำพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าอะไรเรียกว่าใช้กำลังได้ก็ไม่ต้องพูดให้มากความ…
เธอถอดรองเท้าไปด่าไป “แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ฉันให้หน้าแกมากไปใช่ไหม? เอาความกล้าที่ไหนมาท้าทายฉัน?”
ลู่เหวินเซิงคว้าผมหลี่เยี่ยนไว้ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนใช้พื้นรองเท้าฟาดหน้าเธอไม่ยั้ง โคลนหนา ๆ ที่ติดอยู่ใต้รองเท้าก็เปื้อนเต็มหน้าหลี่เยี่ยน ดูชวนขบขันไม่น้อย
“ไปกินขี้มาหรือไง ปากถึงได้เหม็นขนาดนี้? เรื่องที่แกพูดถึงฉันเมื่อเช้าวาน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีด้วยเลย วันนี้ยังกล้ามาหาเรื่องอีก อยากโดนตบใช่ไหม ฉันจัดให้เอง!”
หลี่เยี่ยนถูกตีจนพูดอะไรไม่ออก เธอไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อนกัน แค่พูดออกไปสองประโยคเอง จำเป็นต้องตีให้ตายกันเลยหรือไง?
เพราะถูกจับผมเอาไว้ จึงดิ้นให้หลุดในเวลาอันสั้นไม่ได้ ทำได้เพียงดิ้นรนสุดแรง “อื้อ… อื้อ ๆ… ปล่อย…”