คงเป็นเพราะเมื่อคืนเหน็ดเหนื่อยจากการทำไร่เกินไป ลู่เหวินเซิงจึงหลับยาวจนฟ้าสาง เสียงโครมครามจากข้างนอกกับเสียงตะโกนด่ากระทบกระเทียบของซ่งชุนเฟินดังเข้าหู
ลู่เหวินเซิงคิดว่า เธอชินกับเรื่องพวกนี้เสียแล้ว...
เธอพลิกตัวอย่างไม่ใส่ใจ แล้วหลับต่อไปอย่างสะลึมสะลือ กว่าจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง บ้านก็เงียบเชียบ ไม่มีใครอยู่เลย
คนในบ้านนี้ต่างก็ไปทำงานบ้าง ไปโรงเรียนบ้าง มีแค่เธอกับลู่เสี่ยวเสี่ยว สองคนที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายและว่างงานอยู่บ้าน
ลู่เสี่ยวเสี่ยวไม่อยู่บ้าน คงออกไปเที่ยวแน่ จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม ลู่เสี่ยวเสี่ยวมีเพื่อนเล่นที่โตมาด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่ร่วมมือกันรังแกเจ้าของร่างเดิมอยู่ไม่น้อย เอาละ ปลดล็อกตัวละครใหม่อีกคนแล้ว
ลู่เหวินเซิงเดินวนในบ้านรอบหนึ่ง พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ ก็เดินเข้าครัวอย่างคุ้นเคย ทำแผ่นแป้งสาลีขาวกินสองสามแผ่น แล้วแกล้มกับผักดองเล็กน้อยที่อยู่ในตู้
ชีวิตเธอนี่ลำบากจริง ๆ เพิ่งมาที่นี่ได้ไม่ถึงสองวัน แต่ต้องกินผักดองทั้งสองวัน ตอนนี้เธอมีทั้งเงินและคูปองอยู่ในมือ มื้อเที่ยงต้องไปกินของดี ๆ ที่ภัตตาคารของรัฐให้ได้!
เธอยัดแผ่นแป้งคำสุดท้ายเข้าปาก เก็บครัวอย่างง่าย ๆ แล้วกลับห้อง ตั้งใจจะฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครอยู่ เอาของใต้เตียงออกมา
เธอเปิดแผ่นไม้ใต้เตียงอย่างชำนาญ ใช้มีดเล่มเล็กแซะอิฐสองก้อนออกอย่างระมัดระวัง ก็เห็นหีบไม้ใบหนึ่ง จากนั้นลองยกอิฐแดงรอบ ๆ ขึ้นมาทีเดียวจนหมด โฉมหน้าที่แท้จริงของหีบไม้ก็ปรากฏตรงหน้า
ลู่เหวินเซิงพยายามข่มความตื่นเต้นในใจ แล้วยื่นมือไปยกหีบไม้
เอ๊ะ? ยกไม่ขึ้น!
ไม่เป็นไร ลองอีกครั้ง
อ๊า! ก็ยังยกไม่ขึ้น...
หมดหนทางแล้ว เธอเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างลูบลายบนหีบไม้ พลางคิดว่าจะเอามันออกมาได้อย่างไร ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตาเป็นประกาย จ้องหีบแล้วลองเอ่ยว่า
