ในที่สุดชิงเกอก็ไปโรงเรียนประถมเขตทหารอย่างไม่เต็มใจนัก และกลายเป็นนักเรียนประถมอย่างเป็นทางการ
ช่วงแรก ๆ เธอยังพอสงบเสงี่ยมอยู่บ้าง แต่ยังไม่ทันครบเดือน นิสัยที่ฝังอยู่ในกระดูกก็เผยออกมาจนหมด
วันหนึ่ง อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประถมเขตทหารโทรศัพท์ตรงไปยังห้องทำงานของเหอฉงหนาน บอกเขาว่าเหอชิงเกอทะเลาะกับเพื่อนร่วมชั้นที่โรงเรียน ให้เขารีบมาที่โรงเรียนทันที
เหอฉงหนานรู้สึกรำคาญใจไม่น้อย ชิงเกอก็ไม่ใช่ลูกสาวของเขา เขาไม่อยากยุ่งเรื่องนี้จริง ๆ
แต่พอคิดอีกที หากเขาไม่ไป ก็ต้องให้พ่อหรือแม่ไปแทน ทว่าฐานะของทั้งสองคนก็ไม่เหมาะจะออกหน้าแก้ปัญหาเรื่องแบบนี้
ปู่กับย่าก็อายุมากแล้ว ทั้งตระกูลเหอจึงมีแต่เขาที่ต้องออกหน้า
เหอฉงหนานบอกผู้บัญชาการฝ่ายการเมืองหลี่ไว้สั้น ๆ ก่อนจะรีบไปโรงเรียน
ทันทีที่เดินเข้าไปในห้องทำงาน เขาก็เห็นเหอชิงเกอยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าก้าวร้าว ตรงข้ามเธอมีเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แก้มบวมเล็กน้อย และข้างเด็กหญิงก็มีหญิงวัยกลางคนสีหน้าเดือดดาลยืนอยู่
เมื่อเห็นเขาเข้ามา สีหน้าของเหอชิงเกอก็อ่อนลงเล็กน้อย แต่คางยังเชิดสูง ดวงตาเต็มไปด้วยความย่ามใจเพราะคิดว่ามีคนคอยหนุนหลัง
อาจารย์ใหญ่กับครูประจำชั้นอยู่ในห้องด้วย เมื่อเห็นเหอฉงหนาน ทั้งสองก็รีบลุกขึ้นยืน
อาจารย์ใหญ่เป็นคนคุ้นเคยกัน เธอเป็นภรรยาของผู้บัญชาการฝ่ายการเมืองประจำกรมคนเก่าของเขา เวลาส่วนตัวเขามักเรียกเธอว่าพี่สะใภ้
“ท่านผู้บัญชาการกองพลเหอ มาแล้วหรือคะ” เมิ่งจิงหรู่ อาจารย์ใหญ่เป็นฝ่ายเอ่ยทักก่อน พลางเบี่ยงตัวชี้ไปทางหญิงวัยกลางคนใบหน้าเขียวคล้ำกับเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วกล่าวว่า
