ถังโต้วกระดิกจมูกเล็ก ๆ สูดดมไปทั่วอากาศอย่างสงสัย แล้วถามว่า “กลิ่นอะไรน่ะ เหม็นจังเลย~”
ชิงเกอไม่พูดอะไร สายตาจับจ้องตรงไปยังกลางศีรษะของเธอ ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเงียบเชียบ
ถังโต้วชะงักไปครู่หนึ่ง ขนตายาวสั่นไหวเบา ๆ เธอเงยหน้าขึ้นตามสายตาของชิงเกอโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ว่าจะพยายามมองอย่างไรก็มองไม่เห็นศีรษะตัวเอง จึงรีบยกมือขึ้นคลำ
ปลายนิ้วขยำจุกผมเล็ก ๆ สองสามครั้ง ลูบไปลูบมาอยู่หลายหนกว่าจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงถามอย่างไร้เดียงสาว่า “พี่ชิงเกอคะ เปียหนูเป็นอะไรไปเหรอ”
ชิงเกอก้มตัวลงมาใกล้หูถังโต้วเล็กน้อย น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความสะใจที่ปิดไม่มิด “เปียของเธอไหม้หมดแล้ว~”
ได้ยินเช่นนั้น ถังโต้วตัวน้อยก็ยืนนิ่งแข็งทื่อไปทั้งตัว
ผ่านไปนานทีเดียวกว่าเธอจะลนลานล้วงกระเป๋าเสื้อคลุม หยิบกระจกบานเล็กที่เป็นของรักของหวงออกมา แล้วก้มหน้าส่องโดยอาศัยแสงสลัวจากโคมไฟ
เมื่อเห็นสภาพตัวเองชัดเจน เธอก็นิ่งค้างอยู่นานถึงครึ่งนาที ก่อนจะร้องไห้โฮออกมา
เวลานั้นเหอฉงหนานกำลังพาเหล่าโต้วอีกเก้าคนวิ่งเล่นส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ในลานบ้าน เด็ก ๆ รวมกลุ่มกันวุ่นวาย เขาจึงไม่ทันสังเกตว่าขาดไปหนึ่งคน
จนกระทั่งเสียงร้องไห้ดังลั่นของถังโต้วระเบิดขึ้นข้างหู เขาก็ก้าวขายาว ๆ รีบพุ่งไปตามทิศทางของเสียงทันที
“ถังโต้ว เป็นอะไรไป”
เหอฉงหนานอุ้มลูกสาวคนเล็กขึ้นมาในคราวเดียว กวาดตามองเพียงแวบเดียวก็เห็นปลายเปียของเธอไหม้เกรียม
เห็นเพียงแวบเดียว เขาก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้
