เมื่อนึกถึงท่าทีน่ารำคาญของผู้ชายคนนั้นสมัยเรียน รอยแดงบนใบหน้าของฟางเสี่ยวหย่าก็จางหายไปในพริบตา
เธอเอ่ยอย่างรังเกียจว่า “คุณไม่รู้หรอกว่าสมัยเรียนเขาน่ารำคาญแค่ไหน ปากก็ช่างพูด แถมยังชอบพูดจายียวน ถ้าตอนนั้นเขามาสารภาพรักกับฉัน ต่อให้ต้องไม่แต่งงานไปตลอดชีวิต ฉันก็ไม่มีทางตอบตกลงหรอก!”
ลู่จิ่นฮวนถูกท่าทางน่ารักของเธอทำให้ขำ “แล้วตอนนี้นิสัยเขาเปลี่ยนไปแล้วหรือ?”
ฟางเสี่ยวหย่าหัวเราะตาม “อืม อาจเพราะอายุมากขึ้นล่ะมั้ง สุขุมขึ้นเยอะ แถมยังไม่ต่อต้านการเป็นครูแล้วด้วย ดูเข้าท่าขึ้นมากเลย!”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว”
ลู่จิ่นฮวนดีใจแทนเพื่อนจากใจจริง เสี่ยวหย่าเป็นสาวร่าเริงสดใส สมควรได้พบผู้ชายที่ดีที่สุด
เธอถามต่ออย่างไม่คิดอะไร “ครอบครัวของอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้าง คุณสืบเรื่องเขามาบ้างหรือเปล่า?”
ฟางเสี่ยวหย่าตอบยิ้ม ๆ ว่า “รู้ดีเลยล่ะ ปากมากอย่างเขาไม่มีทางเก็บความลับอะไรไว้ได้หรอก สมัยเรียนฉันก็รู้แล้ว
พ่อเขาเป็นผู้อำนวยการโรงงานกระจกใหญ่เมืองหลวง ส่วนแม่เป็นหัวหน้าแผนกสูติศาสตร์ของโรงพยาบาลประชาชนเมืองหลวง ฐานะครอบครัวดีทีเดียว...”
“เดี๋ยวก่อน!”
ลู่จิ่นฮวนรีบขัดขึ้นมา มือทั้งสองข้างจับแขนเธอแน่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “แม่เขาชื่อเหรินเซียใช่ไหม หัวหน้าเหรินน่ะ?”
ฟางเสี่ยวหย่าพยักหน้าอย่างงุนงง “ใช่ คุณรู้จักด้วยหรือ?”
ฮวนเอ๋อเคยคลอดลูกมาแล้ว จะรู้จักแม่ของเขาก็ไม่แปลก
ลู่จิ่นฮวนหัวเราะแห้ง ๆ สองครั้ง “ฉันไม่ใช่แค่รู้จักหัวหน้าเหรินนะ คนที่คุณพูดถึงฉันก็เคยเจอเหมือนกัน เขาชื่ออะไรนะ อย่าเพิ่งใบ้ฉัน ขอคิดก่อน...”
