เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่จิ่นฮวนตื่นสายอย่างที่คาดไว้
เมื่อคืนทั้งสองคนทำกิจกรรมกันจนดึกดื่น เหอฉงหนานอุ้มภรรยาตัวน้อยเดินรอบห้องไปครึ่งคืนด้วยพละกำลังที่ไม่รู้จักหมด เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหน จำได้เพียงว่าก่อนจะสลบไสลอดนึกทึ่งในพละกำลังแขนและกายอันน่าสะพรึงของชายหนุ่มไม่ได้
เหอฉงหนานขับรถไปส่งภรรยาตัวน้อยที่หน้าวงดนตรีระบำ
พอรถจอด ลู่จิ่นฮวนก็จะรีบเปิดประตูออกไปทันที เหอฉงหนานรั้งเธอไว้ กระแอมเบา ๆ แล้วกำชับว่า “คือว่า... ถ้าเสี่ยวอู่คนนั้นพูดถึงเรื่องเก่า ๆ เธอก็ไม่ต้องเกรงใจมันหรอกนะ
เพราะเรื่องนั้น ย่าทะเลาะกับตระกูลอู่จนแตกหักไปแล้ว... ไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไรอีก“
ตอนที่เขารู้จักลูกสาวคนเล็กของตระกูลอู่ เธอเพิ่งอายุสิบสาม ตอนนั้นอู่เถียนเถียนก็แสดงท่าทางเอาแต่ใจและเหิมเกริมพอตัว เทียบกับเหอซือเยว่แล้วพอฟัดพอเหวี่ยงกันเลยทีเดียว
เขาจำได้ว่าตอนนั้นเคยคิดเล่น ๆ ว่า ถ้าเอาสองคนนี้มาเจอกัน จะสู้กันจนหัวร้างข้างแตกไหมนะ...
เขาเป็นห่วงว่าเสี่ยวฮวนเอ๋อร์จะอ่อนแอ หากถูกคนตระกูลอู่หาเรื่องกลั่นแกล้งจะทำยังไง!
ลู่จิ่นฮวนกระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง ใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจที่เขาพูด “เรื่องนี้มันผ่านมาตั้งสิบปีแล้ว ตอนนั้นหนูเพิ่งเก้าขวบเองนะ! ไม่เกี่ยวกับหนูสักหน่อย หัวหน้าหน่วยอู่จะมาพูดกับหนูเรื่องอะไร?”
คำว่า “เก้าขวบ” ทำให้เหอฉงหนานถึงกับหน้าแดงก่ำ เด็กสาวอายุสิบแปดแต่งงานกับเขาที่อายุยี่สิบเก้าปียังไม่รู้สึกอะไร
แต่ถ้าย้อนไปสิบปีก่อน ตอนนั้นเขาอายุยี่สิบก็เริ่มถูกครอบครัวเร่งให้แต่งงานแล้ว!
