เหอฉงหนานเดินเข้าไป จับเท้าเล็ก ๆ ที่เชิดขึ้นของลูกสาวกดลงเบา ๆ แล้วทำหน้าขรึม “ห้ามซุกซน ยืนพักให้ถูกท่า เข้าใจไหม”
ถังโต้วพยักหน้าหงึก ๆ อย่างขอไปทีสองครั้ง พอคุณพ่อหันหลังปุ๊บ เท้าเล็ก ๆ ก็เชิดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาส่ายหน้าอย่างจนปัญญา แล้วจัดเท้าขวาที่วางผิดท่าของเถียนโต้วกับปิงโต้วให้เข้าที่ทีละคน รอจนจัดท่าทางของเด็ก ๆ เรียบร้อยหมดแล้วจึงถอยกลับไปหน้าแถว ออกคำสั่งที่สองเสียงดัง “ตรง!”
คราวนี้ทุกคนทำท่าถูกต้อง แต่ร่างเล็ก ๆ ที่เรียงกันเป็นแถวกลับโอนเอน แถวทั้งแถวเอียงกระเท่เร่จนดูไม่เป็นท่า
เหอฉงหนานมองแถวที่ยุ่งเหยิงตรงหน้า ข่มความรู้สึกขัดใจไว้แล้วเอ่ยว่า “เริ่มเรียกชื่อแล้วนะ ใครได้ยินชื่อตัวเองให้ตอบว่า ‘มา’ เข้าใจหรือยัง”
เด็ก ๆ ขานพร้อมกัน “เข้าใจแล้ว!”
เหอฉงหนานเลิกคิ้ว เขานึกว่าเด็กตัวจิ๋วพวกนี้จะส่งเสียงแย่งกันพูดจนวุ่นวายเสียอีก ไม่คิดว่าจะตอบได้พร้อมเพรียงขนาดนี้!
ลู่จิ่นฮวนที่นั่งอยู่ใต้ร่มไม้มีสีหน้าภาคภูมิใจไปด้วย
เห็นไหม นี่คือผลงานจากการฝึกฝนของเธอในทุกวันเชียวนะ~
“เหอหวยอวี่!”
“มา!” จินโต้วตะโกนเสียงดังลั่น
“เหอหวยเจ๋อ!”
“มา” เหมาโต้วตอบได้เป็นระเบียบมาก
“เหอหวยเจิง!”
“มา” เสียงของไหน่โต้วเบาเล็กจ้อย ไม่กังวานเท่าพี่ชายทั้งสอง
“เหอหวยเชียน!”
“มา” ชิงโต้วหน้าเคร่งตึง พอตอบจบเสียงก็แหบพร่าไปนิดหนึ่ง
“เหอฉิงยวน!”
“มา” ถึงมี่โต้วจะเป็นเด็กผู้หญิง แต่ทั้งสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงล้วนเป็นระเบียบอย่างยิ่ง
