เช้าวันรุ่งขึ้น เหอฉงหนานพาลูกชายเจ้าถั่วทั้งสี่คนไปส่งที่โรงเรียนอนุบาลก่อน แล้วจึงกลับบ้านไปรับชิงเกอไปส่งโรงเรียน
ชิงเกอเกาะประตูบ้านไว้แน่น เสียงแหลมกรีดร้องดังขึ้นเป็นระลอก ปากก็ร้องไห้ไม่หยุดว่าไม่อยากออกจากบ้าน เสียงร้องไห้ราวกับใจจะขาดนั้นทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัดใจ
เจียงอวิ๋นฝืนใจหันหน้าหนี ยกมือเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอหางตาไม่ขาดสาย
เหอเชียนหลินเห็นทุกอย่าง จึงตบไหล่เธอเบา ๆ ก่อนส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้ลูกชายจัดการอย่างแนบเนียน
เหอฉงหนานพยักหน้าเบา ๆ แล้วช้อนร่างเล็ก ๆ ของชิงเกอขึ้นมา หันหลังพาเธอไปยัดลงบนเบาะหลังรถทันที
พอรถแล่นออกไป เจียงอวิ๋นถึงซบลงบนไหล่สามีแล้วปล่อยโฮออกมา “เชียนหลิน คุณว่าเซี่ยงเป่ยมองดูพวกเราอยู่บนสวรรค์ เขาจะโทษไหมที่พวกเราใจร้ายกับชิงเกอเกินไป”
เหอเชียนหลินนึกถึงลูกชายที่เต็มไปด้วยนิสัยเสีย แววตาพลันฉายความหม่นหมองที่ยากจะสังเกตเห็น
“เสี่ยวอวิ๋น คุณรู้จักนิสัยของชิงเกอดีกว่าผม ถ้าไม่อบรมสั่งสอนเด็กคนนี้ เธอต้องก่อเรื่องใหญ่แน่ ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่ผมกับฉงหนานจะเดือดร้อน คุณเคยคิดถึงอนาคตของตระกูลเหอบ้างไหม”
พอได้ยินเช่นนั้น เสียงร้องไห้ของเจียงอวิ๋นก็หยุดกึก เธอเงยหน้าขึ้นเช็ดหน้าอย่างลวก ๆ แล้วพูดเสียงเบาว่า “คุณพูดถูก ฉันลังเลใจเกินไปเอง”
พ่อตามักพร่ำสอนอยู่ประโยคหนึ่งว่า ต้นไม้ไม่ตัดแต่งก็ไม่เป็นไม้ใหญ่ ลูกไม่สั่งสอนก็ไม่เป็นผู้เป็นคน
