จากค่ายไปห้างสรรพสินค้าเล่อโก้ว ระยะทางเป็นเส้นตรงแค่ 4 กิโลเมตร
แต่ตรงกลางมีซอมบี้อย่างน้อยพันตัวขวางอยู่ ในนั้นยังมี “ผู้มีหลายตา” ที่ลูกตางอกเต็มศีรษะปะปนอยู่ด้วย
เสิ่นชีฉือประคองเครื่องกำเนิดโล่ที่ยืมมา เดินตามอยู่กลางขบวน มองสมาชิกทีมที่พุ่งตรงเข้าไปในฝูงซอมบี้ ใจของเธอแทบขึ้นไปจุกอยู่ที่คอ
แต่ไม่นาน เธอก็พบว่าความกังวลของตัวเองเกินเหตุไปมาก
ด้านหน้า สมาชิกทีม 12 คนเคลื่อนพลอย่างรวดเร็ว แบ่งเป็นกลุ่มละ 3 คน
พวกเขามีสีหน้าจดจ่อ ท่วงท่าเป็นธรรมชาติ ถึงกับไม่ได้จงใจกดเสียงฝีเท้าให้เบาลง
ซอมบี้ตัวหนึ่งโผล่หัวออกมาจากหลังรถบรรทุกสินค้าที่พลิกคว่ำอยู่ริมถนน ยังไม่ทันอ้าปาก ลำแสงเลเซอร์จากฟ้าก็ผ่ากะโหลกของมันออกเสียก่อน
เสิ่นชีฉือเงยหน้าขึ้น
เหนือศีรษะ สูงจากพื้นหลายสิบเมตร มีวัตถุบินสีดำขนาดเท่ากำปั้นกว่ายี่สิบชิ้นกำลังวนเวียนอย่างไร้เสียง ราวกับฝูงนกล่าเหยื่อที่ลาดตระเวนเหนืออาณาเขตของตน
ทุก ๆ ไม่กี่วินาที ลำแสงที่แทบมองไม่เห็นจะพุ่งลงมา จากนั้นซอมบี้ตัวหนึ่งก็ล้มลงเงียบ ๆ
ไม่มีอะไรน่าหวาดเสียว ไม่มีการต่อสู้ชุลมุน กระทั่งเลือดสักหยดก็ไม่กระเซ็นมาใกล้เธอ
ทหารเหล่านี้ดูเหมือนกำลังเดินเล่นมากกว่าต่อสู้ ซอมบี้หนึ่งหรือสองตัวที่พุ่งออกมาจากมุมอับด้านข้าง จะถูกสมาชิกทีมที่อยู่ใกล้ที่สุดฟันจัดการอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องหยุดฝีเท้าด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นภาพทั้งหมด เสิ่นชีฉือถึงกับนิ่งอึ้ง ริมฝีปากเผยอค้าง ลืมหุบลงไปเสียสนิท
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เธอเห็นผู้คนมากมายตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถต่อหน้าซอมบี้
วิ่งหนี หลบซ่อน ร้องไห้ ทุกครั้งที่ออกไปหาอาหารล้วนเป็นการเอาชีวิตไปเสี่ยง
แต่คนกลุ่มนี้กลับฆ่าซอมบี้ได้ตามใจราวกับเชือดไก่ฆ่าหมา
“เดินเร็วหน่อย อย่าตกขบวน” อาฮ่าวตบไหล่เธอจากด้านหลัง
“อ้อ” เธอเร่งฝีเท้า ก่อนจะอดหันกลับไปมองซอมบี้ที่นอนเรียงเป็นแถวอยู่บนถนนด้านหลังไม่ได้ ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
“ประหม่าเหรอ?” เสียงกู้ฉางชวนดังมาจากด้านหน้า
“ไม่ประหม่า” เสิ่นชีฉือสูดหายใจลึก “แค่รู้สึกว่ามันไม่จริงเลย พวกคุณเก่งกันมาก”
