หลิวซิ่วเหลือบมองเข้าไปในห้องโถงกลาง เห็นลาง ๆ ว่ามีคนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างใน
เธอยกมือเรียกป้าเจิ้งออกมา แล้วลดเสียงพูดว่า “อยากจัดการเฉาเหมยไหม? ฉันกับชิงเหอคิดแผนให้เธอไว้แล้ว”
ป้าเจิ้งรีบเปลี่ยนสีหน้า เปิดประตูรั้วแล้วเดินออกมาอย่างคล่องแคล่ว เธอลูบหัวถวนถวนกับหยวนหยวนทีหนึ่ง ก่อนจะฉวยหนิงหนิงน้อยจากอ้อมแขนหลิวซิ่วมาอุ้มไว้เองอย่างแนบเนียน
เด็กหญิงตัวน้อยนุ่มนิ่ม แถมยังหอมกลิ่นน้ำนมอีกด้วย
“เธอนี่นะ...” หลิวซิ่วก้มมองอ้อมแขนที่ว่างเปล่า แล้วกลอกตาใส่เพื่อนเก่า
ป้าเจิ้งใช้สะโพกกระแทกหลิวซิ่วเบา ๆ “ไป ๆ ไปคุยกันทางบ้านเธอ”
“แล้วต้าหยาล่ะ อย่าให้ต้าหยาอยู่กับผู้หญิงใจดำคนนั้นนะ” หลิวซิ่วอดเป็นห่วงต้าหยาไม่ได้
ป้าเจิ้งเหลือบมองห้องของตัวเอง “วางใจเถอะ ต้าหยาไม่ได้อยู่ในห้องโถงกลาง อยู่ในห้องฉันอ่านหนังสือ ฉันว่าหาโอกาสส่งต้าหยาไปเรียนดีกว่า เด็กโตขนาดนี้ก็ควรได้เข้าโรงเรียนแล้ว”
เมื่อก่อนตระกูลเผิงไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ แต่ตอนนี้เธอจะใส่ใจให้มากขึ้น ต้องพยายามให้ต้าหยาเป็นคนมีความรู้ ตัวแทนเฉินก็พูดไว้แล้วว่า มีความรู้ถึงจะมีความสามารถ
หลิวซิ่วเล่าแผนของซ่งชิงเหอให้ป้าเจิ้งฟังจนจบ ป้าเจิ้งก็ร้องเสียงหลง “โหดไปหรือเปล่าเนี่ย!”
เธอเบิกตากว้างเป็นประกาย ปฏิกิริยาแทบไม่ต่างจากหลิวซิ่ว
หลิวซิ่วยกมือปิดปากหัวเราะ แล้วขยิบตา “แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ?”
ป้าเจิ้งปรบมือ “ดี!”
จากนั้นเธอก็ลูบหน้าผากตัวเอง “แต่ฉันไม่รู้จะไปหาเจ้าแม่กวนอิมจากไหน ของแบบนั้นคงไม่ถูกแน่”
