บทที่ 270 คนแบบนั้นเจ้าเล่ห์ที่สุด
ซูเสวี่ยถิงรู้สึกร้อนรนเหมือนไฟลนก้น คว้าทหารหญิงที่อยู่ข้าง ๆ แล้วพุ่งออกไปนอกลานบ้านทันที
“เอ่อ... น้ำในห้องพักฉันยังต้มค้างอยู่เลยค่ะ พี่ชิงเหอ ฉันกลับก่อนนะคะ...”
เสียงฟังดูร้อนตัวอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับเพี้ยนไปเล็กน้อย คงถูกเทพอสูรที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านทำให้ตกใจเข้าแล้ว
ซูเสวี่ยถิงวิ่งเตลิดไปตลอดทาง โดยเฉพาะตอนผ่านลู่หวยเฉิน ขาทั้งสองข้างแทบจะวิ่งจนเห็นเป็นเงาพร่า กลัวเหลือเกินว่าจะถูกใช้กำลังบังคับไว้
ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองชอบผู้ชายแบบนี้ได้ยังไง คงมีอะไรสักอย่างมาบังตาแน่ ๆ
แต่ถึงซูเสวี่ยถิงจะวิ่งเร็วแค่ไหน เธอก็ยังได้ยินคำพูดของลู่หวยเฉินชัดเจน “ถ้ายังพูดถึงพี่ชายเธอต่อหน้าชิงเหออีก ฉันจะโทรหาผู้อำนวยการซูเดี๋ยวนี้”
น้ำเสียงเย็นเยียบ แฝงความดุดัน
พ่อของซูเสวี่ยถิงเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยทางทหารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง มียศไม่ต่ำ ทั้งยังเคยพบลู่หวยเฉินครั้งหนึ่งเพราะเรื่องงาน
ซูเสวี่ยถิงได้ยินคำขู่ของลู่หวยเฉินแล้วก็โกรธ แต่ไม่กล้าพูดอะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าหนีไปให้ไกล
ทหารหญิงคนอื่น ๆ จากคณะศิลปะก็รีบตามกันไป กลัวว่าช้ากว่านี้แม้แต่วินาทีเดียวจะถูกผู้การลู่จับได้ เขาคนนี้เป็นยมทูตเดินดินชัด ๆ
ชั่วพริบตา ในลานบ้านก็เหลือเพียงซ่งชิงเหอคนเดียว หลิวซิ่วพาเด็กสองคนกับสุนัขสองตัวออกไปเดินเล่น ยังไม่กลับมา
ลู่หวยเฉินยืนอยู่นอกลาน มองซ่งชิงเหอ ความเงียบแปลก ๆ ทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล แต่จะให้บอกว่าไม่สบายใจเรื่องอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน...
