ซ่งชิงเหอคิดว่าลู่หวยเฉินมีเรี่ยวแรงเหลือล้นจริง ๆ
กลับจากทำภารกิจมาเหนื่อยแทบแย่ไม่ใช่หรือ? ทำไมยังมีแรงเหลือเฟือขนาดนี้อีก?
แถมยังเอาจริงเอาจังยิ่งกว่าเดิม คอยซักถามเธอไม่หยุดว่าไปเมืองหลวงแล้วจะทำอะไร จะไปกินข้าวกับพี่ชายของซูเสวี่ยถิงหรือเปล่า คิดว่าอีกฝ่ายหน้าตาดีหรืออะไรทำนองนั้นไหม
ความอิจฉาริษยาและการประชันขันแข่งของผู้ชายมาถึงจุดสูงสุดในตอนนี้ ทั้งยังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยการกระทำ สุดท้ายซ่งชิงเหอต้องเป็นฝ่ายปลอบเขาเสียก่อน ถึงรอดพ้นเคราะห์ครั้งนี้มาได้
ส่วนปลอบกันยังไงน่ะหรือ ก็เป็นคำพูดชวนหน้าแดงระหว่างสามีภรรยาทั้งนั้น เธอพูดทุกอย่างที่ลามกและหยาบโลนออกมา เรื่องแบบนี้เธอถนัดกว่าลู่หวยเฉินเสียอีก
ไม่นานเขาก็ยอมแพ้ราบคาบ...
ลู่หวยเฉินรู้สึกว่ายังไม่อิ่มหนำ แถมยังนึกเสียดายที่ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ แต่คืนนี้เขาไม่มีแรงพอจะทำซ้ำอีกรอบแล้ว
เขาคลำทางสวมเสื้อผ้าในความมืด ก่อนออกจากบ้านไปเขียนรายงานที่เขตทหาร
ผู้บังคับกองพันลู่ที่ยังไม่หายค้างคาใจจากบนเตียงจึงไปเขตทหารกลางดึก ตั้งใจจะทำงานให้เต็มที่จนพอใจ และหาเวลาให้ตัวเองได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นด้วย
ถ้าเขียนรายงานเสร็จคืนนี้แล้วเอาไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของผู้พันฮั่น พรุ่งนี้ก็จะได้หยุดพักหนึ่งวัน
วันต่อมา
ซ่งชิงเหอสะลึมสะลือ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้ามา วันนี้เธอนอนยาวจนถึงเที่ยง ลู่หวยเฉินก็นอนอยู่ข้าง ๆ ด้วย
เขาได้ชดเชยการนอนช่วงกลางวันอย่างเต็มอิ่ม ส่วนเธอกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายเอาเสียเลย ปวดเอว
