เผิงต้ายาถูกหวังเอ้อร์ฮวาพูดใส่จนร่างเล็ก ๆ เริ่มสั่น บางครั้งคำพูดก็ทำร้ายคนได้ยิ่งกว่าการลงไม้ลงมือ
ป้าเจิ้งรีบดึงต้ายาเข้ามากอดไว้แนบอก มือค่อย ๆ ลูบแผ่นหลังบอบบางของเด็กหญิง
ตัวแทนเฉินกำลังสังเกตสีหน้าของหวังเอ้อร์ฮวา ซ่งชิงเหอก้าวออกมาพูดตรง ๆ ว่า “สหายหวัง ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่าเงินเป็นต้ายาขโมยไป คุณเห็นกับตาหรือมีหลักฐานอะไร?”
สำหรับคนรอบข้าง คำถามนี้ฟังดูไร้สาระสิ้นดี ก่อนหน้านี้ยายอู๋ก็พูดแล้วว่าเจอเงินใต้หมอนของต้ายา
แต่เมื่อคำพูดนี้เข้าหูหวังเอ้อร์ฮวา กลับกลายเป็นการตั้งข้อสงสัยอย่างชัดเจน
ร่างของเธอเกร็งขึ้นทันที แต่คนที่ตั้งคำถามคือซ่งชิงเหอ คนที่เธอล่วงเกินไม่ได้ จึงทำได้แค่อดทน
หวังเอ้อร์ฮวาฝืนยิ้มออกมา น้ำเสียงพยายามอ่อนโยนที่สุด “หมอซ่ง เงินอยู่ใต้หมอนของเด็กคนนั้น จะใส่ร้ายเธอได้ยังไง แถมแม่สามีฉันก็เป็นคนเจอเรื่องนี้เองด้วย”
พูดจาราวกับกำลังแก้ต่างให้ตัวเองแล้ว เธอยังเหลือบมองคนรอบข้าง อยากรู้ว่าพวกเขามีปฏิกิริยาอย่างไร
เงินนั่นไม่ใช่เธอเจอเสียหน่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ
ยายอู๋พยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ “ใช่แล้ว ฉันเป็นคนเจอเงินเอง นังเด็กสารเลวนั่น...”
“คุณไม่ได้เห็นต้ายาเข้าไปในห้องเพื่อขโมยเงิน ใช่ไหม?” ซ่งชิงเหอพูดขัดยายอู๋ทันที น้ำเสียงเคร่งขรึม ท่าทางของเธอในตอนนี้ทำให้คนรู้สึกกดดันไม่น้อย
