ซ่งชิงเหอวิ่งวนรอบลานบ้านไปสองรอบ เธอกินเนื้อหมูตุ๋นในชามจนหมดแล้ว หลิวซิ่ววิ่งไล่ตามมาติด ๆ พอถึงชายคาก็ฟาดไม้กวาดใส่จักรยานที่จอดอยู่ข้าง ๆ จนล้มคว่ำ
‘โครม’ จักรยานล้มลงกับพื้น
หลิวซิ่วมองจักรยานที่ล้มอยู่ เห็นมันแตกออกเป็นหลายชิ้นราวกับทำจากกระดาษ ล้อก็เป็นล้อ เบาะหลังก็เป็นเบาะหลัง แฮนด์ก็เป็นแฮนด์
บรรยากาศเงียบงันแปลก ๆ แผ่คลุมไปทั่ว...
ซ่งชิงเหอเอ่ยเสียงแห้งว่า “ตายจริง ทำไมจักรยานถึงพังล่ะ”
สองสามคืนมานี้เธอปั่นจักรยานอย่างบ้าคลั่ง ครั้งสุดท้ายที่ปั่นกลับมา เธอรู้สึกว่านอตกับชิ้นส่วนต่าง ๆ หลวมอยู่บ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าแค่ล้มเบา ๆ ก็จะพังเป็นชิ้น ๆ
ในอินเทอร์เน็ตไม่ได้บอกหรือไงว่าของสมัยนี้ทำจากวัสดุแท้ทั้งนั้น?
หลิวซิ่วหันมามองเธอทันควัน แล้วมองจักรยานที่แตกเป็นแปดชิ้นบนพื้น สีหน้าฉายแววสงสัยอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ทำไม เธอถึงรู้สึกว่าจักรยานพังขนาดนี้แล้วซ่งชิงเหอดูน่าสงสัยมาก
“เธอไม่ได้ปั่นจักรยานคันนี้ใช่ไหม?” แววสงสัยฉายชัดเต็มใบหน้า
หัวใจซ่งชิงเหอเต้นตุบ ๆ เธอแสดงสีหน้าประหลาดใจ “แม่พูดอะไรน่ะ ฉันอยู่ไฟ จะไปปั่นจักรยานได้ยังไง”
หลิวซิ่วจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดว่า “ก็จริง เธออยู่ไฟอยู่ จะปั่นจักรยานได้ยังไง”
ถึงจะอยากปั่นก็ไม่มีโอกาสอยู่ดี
ซ่งชิงเหอฉวยจังหวะถามว่า “แม่ จักรยานคันนี้คงคุณภาพไม่ค่อยดี แม่ซื้อมาเมื่อไรเหรอ?”
หลิวซิ่วตอบว่า “ก่อนเธอแต่งเข้าบ้าน ฉันฝากคนรู้จักซื้อจากห้างสรรพสินค้า เป็นจักรยานใหม่เอี่ยม ตอนฉันปั่นครั้งก่อนยังแข็งแรงดีอยู่เลย”
ไม่เคยเห็นจักรยานบ้านไหนที่ยังไม่ทันได้ปั่นครบสองปีก็พังแล้ว
