ซุนลี่ผิงกุมอก เผลอโพล่งออกมาอย่างอดไม่อยู่ว่า “80 หยวน แพงขนาดนี้ ไม่ไปปล้นกันเลยล่ะ!”
ฐานะทางบ้านของเธอถือว่าดีไม่น้อย ทั้งยังเคยเห็นโลกมาบ้าง แต่ยาหอมราคาแพงขนาดนี้ เธอเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
สะใภ้ผู้กองลู่ก็ดีเกินไปแล้ว โดนปล้นแล้วยังต้องชดเชยด้วยยาหอมหนึ่งขวดอีก
หญิงสาวหลายคนที่ยืนชะเง้อมองอยู่ตรงประตูเดินเข้ามา ต่างถามด้วยความสงสัยว่า “ยาหอมที่เธอใช้ช่วงนี้ขายขวดละ 80 หยวนเหรอ?”
ก่อนหน้านี้พวกเธอเคยคุยกับซูเสวี่ยถิงเรื่องยาหอมนี้ หลายคนฝากให้เธอช่วยถามซ่งชิงเหอว่าขายหรือเปล่า
เพราะมันเห็นผลดีจริง ๆ
ซูเสวี่ยถิงพยักหน้า สีหน้าค่อนข้างหยิ่ง “ใช่ค่ะ พี่ชิงเหอตั้งราคาไว้ 80 หยวน จะซื้อหรือไม่ก็แล้วแต่พวกคุณ เธอแค่ทำเล่น ๆ เท่านั้น ถ้าไม่มีใครซื้อก็ทำน้อยหน่อย เก็บไว้ใช้เอง เธอต้องเลี้ยงลูกทุกวัน ไม่ค่อยมีเวลาทำหรอกค่ะ”
ด้วยสรรพคุณของยาหอมนี้ พี่ชิงเหอไม่ขาดลูกค้าอยู่แล้ว คนพวกนี้อยากซื้อก็ซื้อ ไม่อยากซื้อก็แล้วแต่
ทุกคนมองหน้ากันไปมา คำพูดของซูเสวี่ยถิงก็ไม่ผิด อีกอย่างยาหอมได้ผลดีขนาดนั้น ต่อให้พวกเธอไม่ซื้อ คนอื่นก็ซื้ออยู่ดี
หลินเจวียนที่นั่งอยู่บนเตียงเบ้ปากแล้วพูดว่า “นี่คิดจะหลอกกินกันเป็นหมูจริง ๆ สินะ เงินเดือนตั้งหลายเดือน ยังกล้าเรียกราคาแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน เรื่องแบบนี้คงโดนจับไปยิงเป้าแล้ว”
เสียงของเธอไม่เบา คนในหอพักจึงได้ยินกันหมด
ซูเสวี่ยถิงเดือดดาลจนไฟลุก เธอลุกจากเก้าอี้ ชี้หน้าหลินเจวียนแล้วถุยคำพูดออกมา “ถุย! ไม่มีใครบังคับให้แกซื้อสักหน่อย ถ้าแกยังพูดเหลวไหลอีก ฉันจะฉีกปากแกซะ! เรื่องเลว ๆ ที่แกทำ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง อีคนจิตใจต่ำทราม อย่ามาหาเรื่องฉัน!”
