ซ่งชิงเหอก็ได้กินข้าวโพดย่างสมใจ เป็นแบบที่โรยพริกไว้เยอะ รสชาติปรุงออกมาได้พอดี หลังจากกินเสร็จก็ดื่มน้ำถั่วเขียวเย็น ๆ ไปอีกครึ่งชามเล็ก
น้ำถั่วเขียวเป็นสูตรที่เธอตั้งใจให้คนในบ้านช่วยปรับปรุง รสชาติอร่อยขึ้น แถมยังถูกปากเธอมากกว่าเดิม
เธอกินอย่างสบายใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาน้อยใจของใครบางคน
ตกกลางคืน หลิวซิ่วเพิ่งพาเด็กน้อยสองคนเข้าห้องไปนอน ประตูห้องของซ่งชิงเหอก็ถูกผลักเปิด
“มีอะไรเหรอ?” ซ่งชิงเหอนั่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ เปิดโคมไฟตั้งโต๊ะอ่านตำราแพทย์ ซึ่งเธอหยิบออกมาจากพื้นที่มิติ
ร้านยาใกล้จะเปิดแล้ว เธอคิดว่าตัวเองควรศึกษาเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ ถึงอย่างไรตอนนั้นยังต้องรับลูกศิษย์ด้วย
ลู่หวยเฉินเข้ามาแล้วปิดประตู ก่อนถามว่า “ข้าวโพดย่างที่ผมทำให้ตอนบ่ายอร่อยไหม?”
“อร่อย”
“น้ำถั่วเขียวเย็นอร่อยไหม?”
“อร่อย”
“คุณยังชอบกู้หย่วนอยู่ไหม?”
“……”
ซ่งชิงเหอเงยหน้าจากตำราแพทย์ แสงไฟในห้องออกเหลืองนวล ไม่ได้สว่างนัก พอทาบลงบนร่างลู่หวยเฉินก็คล้ายมีเงาปกคลุม ทำให้ใบหน้าคมเข้มยิ่งขึ้น ส่วนแววตาก็ดูหม่นหมองเล็กน้อย
“กู้หย่วนเป็นอะไรไป?” ซ่งชิงเหอใช้มือค้ำคาง มองลู่หวยเฉินอย่างสงสัย สีหน้าสงบนิ่งและเปิดเผย
ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดถึงอดีตคู่หมั้นของเธอขึ้นมา?
ค่ำคืนเงียบสงัด ลมหายใจของคนทั้งคู่ในห้องแทบจะได้ยินอย่างชัดเจน
ลู่หวยเฉินสูดหายใจลึก ก่อนพูดตรง ๆ ว่า “กู้หย่วนบอกผมว่า คุณกับเขามีใจให้กัน”
