วันรุ่งขึ้น จงจิ้นกั๋วพูดถึงเรื่องนี้กับหม่า หลานฮวาตอนกินอาหารเช้า
“แม่ ต่อไปถ้าเสี่ยวหงไม่อยากทำงานก็ไม่ต้องให้เธอทำแล้วนะ ตอนนี้เธอกำลังท้อง หมอก็บอกให้พักผ่อนเยอะ ๆ” จงจิ้นกั๋วหันไปบอกหม่า หลานฮวา
น้ำเสียงของเขาสบาย ๆ ดูไม่ใส่ใจอะไรเป็นพิเศษ
หม่า หลานฮวาฟังแล้วแทบกลืนโจ๊กใสลงคอไม่ลง เธอมองหยวนเสี่ยวหงแวบหนึ่ง ก็รู้ว่าอีกฝ่ายฟ้องลูกชายไปแล้ว
เธอฝืนยิ้มออกมา “จิ้นกั๋ว แม่ก็ทำไปเพราะหวังดีกับเสี่ยวหง ตอนแม่ท้องก็ยังทำงานเหมือนกัน ดูแม่ตอนนี้สิ สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไรสักนิด คนเราน่ะอย่าเอาแต่ทำตัวบอบบางนักเลย”
จงจิ้นกั๋วเกาศีรษะ ดวงตาใสซื่อ “เหรอครับ? หมอไม่ได้บอกหรือว่าคนท้องห้ามทำงานหนัก?”
“โธ่ หมอที่เราไปลงทะเบียนวันนั้นดูอายุยังไม่เท่าไร บางทีอาจยังไม่เคยคลอดลูกด้วยซ้ำ จะไปรู้อะไรล่ะ แม่มีประสบการณ์มาก่อนนะ รับรองว่าเสี่ยวหงจะคลอดหลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำให้แม่แน่!” หม่า หลานฮวายิ้มจนรอยย่นบนใบหน้าแทบปริ แววตาวาววับอย่างมีเลศนัย
หยวนเสี่ยวหงเห็นสายตานั้นแล้วขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
จงจิ้นกั๋วยัดหมั่นโถวคำสุดท้ายเข้าปาก ดื่มโจ๊กตามอีกอึก ก่อนพูดว่า “แม่ ผมเชื่อแม่ งั้นอยู่บ้านก็ช่วยดูแลเสี่ยวหงให้ดีนะครับ ผมไปทำงานก่อน”
หม่า หลานฮวาพยักหน้าหงึก ๆ ด้วยรอยยิ้ม “ลูกไปเถอะ ไม่ต้องห่วง แม่จะดูแลเสี่ยวหงอย่างดี ดูท้องเธอสิ รับรองว่าเป็นหลานชายตัวอ้วนจ้ำม่ำแน่”
