ผู้อาวุโสฉีเองก็ไม่อยากเสียเวลาพูดกับเสี่ยวหลี่อีก จึงไม่สนใจความสงสัยของอีกฝ่าย
พอดีกับที่เขาเห็นซ่งชิงเหอฟื้นขึ้นมา จึงรีบขยับขาแก่ ๆ เดินเข้าไปถามอย่างประจบประแจงทันที “หมอซ่ง ตื่นแล้วเหรอ จะนอนต่ออีกหน่อยไหม หรือจะลุกมากินอะไรดี? ฉันเอาอาหารเช้ากับมื้อกลางวันกลับมาแล้ว อยากกินอะไรก็เลือกได้เลย
กินเสร็จแล้วจะนอนต่อก็ได้ ยังไงนั่งรถไฟก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว หมอซ่ง ให้ฉันช่วยพยุงไหม?”
ถึงจะเป็นอาจารย์ของตัวเองไม่ได้ อย่างน้อยก็ขอเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดกับเธอแล้วกัน
ท่าทีประจบประแจงของผู้อาวุโสฉีทำให้เสี่ยวหลี่อ้าปากค้าง ตอนเถียงกับเขา ตาแก่นี่พูดจาเสียดสีได้เจ็บแสบแท้ ๆ แต่พอเจอพี่สะใภ้กลับกลายเป็นคนชอบประจบไปได้ยังไง?
ซ่งชิงเหอรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องพยุงค่ะ ฉันลุกเองได้”
เธอรู้สึกว่าตาแก่อย่างผู้อาวุโสฉีดูท่าจะต้องมีคนช่วยพยุงมากกว่าเธอเสียอีก
ผู้อาวุโสฉียิ้มแหย ๆ แล้วประจบต่อ “ได้ ๆ หมอซ่งอยากกินอะไรล่ะ? เมื่อเช้าคุณลู่ซื้อแผ่นแป้งต้นหอมมาให้เป็นพิเศษ ส่วนมื้อกลางวันมีข้าวหน้าหมูเส้นซอสปักกิ่ง หมั่นโถวกับไข่ด้วย”
“ฉันลุกไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะคะ” ซ่งชิงเหอหยิบเสื้อผ้ามาสวมแล้วลงจากเตียง
ผู้อาวุโสฉีรีบพูดว่า “ได้ งั้นฉันเอาอาหารไปอุ่นให้ ฉันรู้ว่ามีเตาอยู่ตรงไหน”
เขาคิดจะเอากล่องข้าวไปอุ่นที่ห้องทำงานนายสถานีรถไฟ เขาไม่ใช่คนเกรงใจใครอยู่แล้ว
ซ่งชิงเหอไม่ได้ปฏิเสธ เธอกล่าวขอบคุณแล้วหยิบแปรงสีฟันกับผ้าเช็ดหน้าออกไป การนอนหลับครั้งนี้ทำให้เธอรู้สึกสบายมาก
