หากเป็นเมื่อก่อน ซ่งชิงเหอคงรับเงินก้อนนี้ไว้ อย่างไรเสียเงินที่ป้าเหมยให้มาก็ไม่ได้มากนัก แต่เมื่อวานเธอได้รู้เรื่องของป้าเหมยกับจงเซียงเหลียนมาบ้างแล้ว จึงคิดว่าไม่จำเป็นต้องรับเงิน
หลังจากทั้งสองคนไปถึงเมืองหลวงแล้ว ย่อมมีเรื่องให้ต้องใช้เงินอีก
ซ่งชิงเหอยื่นเงินคืนให้ป้าเหมย พลางยิ้มบอกว่า “ป้าคะ ฉันไม่รับเงินหรอกค่ะ เอาเงินนี้ไปซื้อเนื้อให้สหายจงกินเถอะ ตอนนี้เธอกำลังอยู่ไฟ ต้องบำรุงร่างกายให้ดี การกินยาอย่างเดียวไม่ช่วยได้ตลอดหรอกค่ะ”
วิธีที่ดีที่สุดคืออยู่ไฟให้ครบ ไม่อย่างนั้นร่างกายของจงเซียงเหลียนอาจมีอาการแทรกซ้อนในภายหลัง แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เรื่องนั้นคงเลี่ยงไม่ได้แล้ว
เมื่อได้ยินซ่งชิงเหอพูดเช่นนี้ มือที่กำลังยื่นเงินของป้าเหมยก็ชะงัก ก่อนจะถอนหายใจออกมา
เธอฝืนยิ้มอย่างขมขื่น “เฮ้อ ฉันนี่แหละที่เป็นแม่แล้วทำร้ายเซียงเหลียน ตอนนั้นไม่น่าปล่อยให้เธอรีบซื้อตั๋วไปเมืองหลวงเลย จนตอนนี้ร่างกายของเซียงเหลียนถึงได้อ่อนแอขนาดนี้”
นั่งอยู่บนที่นั่งแข็งก็พักผ่อนไม่ได้ แถมยังมีเลือดไหล ร่างกายก็เหงื่อเย็นออกไปหมด ตอนนี้เธอเสียใจแทบแย่
ซ่งชิงเหอนึกภาพสถานการณ์ของจงเซียงเหลียนในตอนนี้ออกอย่างชัดเจน
ผู้อาวุโสฉีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อดแทรกขึ้นมาไม่ได้ “น้องสาว เอาเงินกลับไปเถอะ ฉันกับเสี่ยวซ่งเป็นหมอทหารเหมือนกัน มีหน้าที่รับใช้ประชาชน ขอแค่คุณกับสหายจงปลอดภัย ยาขวดนี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว ตอนนี้แม่ลูกลำบากกันอยู่ อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนี้เลย”
