คนที่พูดคือป้าเจิ้ง พอเธอเปิดปาก ทุกคนก็หันมามองพร้อมกัน เพราะเรื่องแม่สามีกับลูกสะใภ้ตระกูลลู่ส่วนใหญ่ก็ออกมาจากปากเธอนั่นแหละ
โดยเฉพาะเรื่องที่แม่ม่ายหลิวชอบตีลูกสะใภ้
“ป้าเจิ้ง นี่ป้าหมายความว่ายังไง? ก่อนหน้านี้ป้าไม่ใช่ดูถูกแม่ม่ายหลิวมากหรอกเหรอ ทำไมตอนนี้กลับพูดว่าเขาดีล่ะ?” หวังเอ้อร์ฮวาที่กำลังเด็ดผักถามด้วยความสงสัย
ก่อนหน้านี้ป้าเจิ้งยังพูดอยู่เลยว่าแม่ม่ายหลิวเป็นคนไม่ดี
คนอื่น ๆ ต่างพากันคล้อยตาม เมื่อก่อนด่ากันเสียเป็นชุด แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนคำพูดล่ะ?
“เฮ้อ… ก่อนหน้านี้ฉันเข้าใจผิดไปเอง เมื่อวานฉันลองไปถามให้รู้เรื่องมาดี ๆ ที่จริงป้าหลิวเป็นคนดี อยู่บ้านก็ดีกับลูกสะใภ้ เรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความเข้าใจผิด ฮ่า ๆ ๆ” ป้าเจิ้งอธิบายเสียงแห้ง ๆ
ทุกคนมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แถมยังเห็นชัดว่าไม่มีใครเชื่อ
หวังเอ้อร์ฮวาถึงกับยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอ “ก็ไม่ได้ตัวร้อนนี่นา ป้าโดนปีศาจพังพอนเข้าสิงหรือเปล่า?”
“ชุ่ยเอ๋อร์ ถ้าโดนข่มขู่ก็ขยิบตาสิ”
ชื่อเต็มของป้าเจิ้งคือเจิ้งเสี่ยวชุ่ย
“ไป ๆ ฉันพูดจริงนะ อย่าคิดว่าฉันล้อเล่น ป้าหลิวเป็นคนดีมาก ต่อไปอย่าเอาเรื่องมั่ว ๆ ไปพูดต่อกันอีก” ป้าเจิ้งพูดพลางขมวดคิ้ว
ถ้าพูดต่อไปอีก เธอคงรู้สึกผิดจนไม่สบายใจ
หวังเอ้อร์ฮวาเบ้ปาก “พวกฉันไม่ได้พูดต่อกันมั่ว ๆ สักหน่อย เรื่องที่พูดก็ได้ยินมาจากป้าทั้งนั้น”
มีคนพูดตามขึ้นมา “นั่นสิ ทำไมกลายเป็นพวกเราพูดต่อกันมั่ว ๆ ไปได้ล่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเรานะ ป้าเข้าใจผิดเอง จะมาโทษพวกเราได้ยังไง”
