ซ่งชิงเหอพูดส่ง ๆ ว่า “อ๋อ เสวี่ยถิงบอกให้ฉันหาเวลาว่างไปเที่ยวเมืองหลวง บอกว่าเมืองหลวงดีมาก แถมเธอก็เป็นคนเมืองหลวงด้วย”
แน่นอนว่าเธอไม่พูดคำพูดจริง ๆ ของอีกฝ่ายออกไป แต่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันที่ซูเสวี่ยถิงพูดอะไรแบบนั้น เธอเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าอีกฝ่ายทำไปเพราะอะไร
หลิวซิ่วพยักหน้า “เมืองหลวงก็ดีนะ ถ้ามีโอกาส พวกเราทั้งครอบครัวไปเที่ยวกันเถอะ”
ในใจหลิวซิ่วผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่กลับยิ่งรู้สึกไม่ดีกับซูเสวี่ยถิง นี่ไม่ใช่เห็น ๆ อยู่ว่ามายุแยงความสัมพันธ์ในครอบครัวพวกเธอหรอกหรือ?
หวยเฉินประจำการอยู่ในกองทัพทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ต่อไปครอบครัวก็คงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เสียเป็นส่วนใหญ่ ยุให้ชิงเหอไปเมืองหลวง แบบนี้ต่างอะไรกับการมาแย่งคนกันล่ะ
หลิวซิ่วส่งสัญญาณเตือนภัยในใจ ตัดสินใจว่าคราวหน้าถ้าซูเสวี่ยถิงมา เธอจะคอยระวังไว้ อย่าให้พาชิงเหอของบ้านเธอเสียคนได้ อีกเดี๋ยวต้องไปกำชับเจ้าท่อนไม้หวยเฉินสักหน่อยด้วย
ถ้าไม่ดีกับภรรยา ภรรยาก็หนีไปสิ!
“ชิงเหอ เก็บเงินพวกนี้ไว้ให้ดีนะ เป็นเงินของลูกทั้งนั้น พอมีมากกว่านี้อีกหน่อยก็ไปฝากธนาคารที่อำเภอ ฉันได้ยินมาว่าฝากไว้ที่นั่นปลอดภัย มีรัฐช่วยดูแลเงินให้ลูกด้วย” หลิวซิ่วล้วงเงิน 1,200 หยวนที่เก็บไว้เมื่อครู่ออกจากเสื้อชั้นใน แล้วยัดใส่มือซ่งชิงเหอ
เงินทั้งหมดนี้เป็นของชิงเหอ
ซ่งชิงเหอไม่ได้ปฏิเสธ เธอรับเงินไว้แล้วหยิบธนบัตรใบละสิบหยวนห้าใบยื่นให้หลิวซิ่ว “แม่เก็บเงินนี่ไว้เถอะค่ะ จะได้ซื้อกับข้าวหรือซื้ออย่างอื่นก็ได้”
