“เสี่ยวซู เธอยังจะมีอะไรแก้ตัวอีก ผู้พันลู่ถึงกับมาหาถึงที่แล้ว ตกลงเธอต้องการอะไรกันแน่ ตอนนี้จะรักอิสระและเลือกคู่ครองเองก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลให้ไปแย่งคนรักของคนอื่นนะ
รู้ไหมว่าพฤติกรรมของเธอเรียกว่าอะไร นี่เธอกำลังทำลายชีวิตสมรสของทหาร ถ้าฉันรายงานเรื่องนี้ขึ้นไป เธอต้องขึ้นศาลทหาร เธอรู้ตัวหรือเปล่า!
ต่อให้เธอชอบผู้พันลู่แค่ไหน เขาก็มีครอบครัว มีภรรยาและลูกแล้ว เธอจะให้พี่ชายไปเกี้ยวหมอซ่งไม่ได้หรอกนะ อีกอย่าง หมอซ่งก็ไม่ใช่คนแบบนั้นด้วย
วันนี้เธอต้องเขียนบันทึกสำนึกผิด แล้วรับปากกับผู้พันลู่ว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก ฉันยังต้องลงโทษเธอด้วย ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีก ฉันจะรายงานขึ้นไปทันที อย่าหวังว่าจะรักษาหน้าไว้ได้เลย...” หัวหน้าคณะศิลปะรัวใส่ซูเสวี่ยถิงเป็นชุด
คำพูดชุดนี้แทบทำให้ซูเสวี่ยถิงมึนตึ้บ
นี่มันเรื่องอะไรกัน เธอไม่ได้ชอบลู่หวยเฉินสักหน่อย!
ลู่หวยเฉินเองก็นึกไม่ถึงว่าหัวหน้าคณะจะมองเรื่องนี้แบบนั้น เขายกมือกุมขมับ ก่อนอธิบายขึ้นเองว่า “หัวหน้าคณะครับ ซูเสวี่ยถิงไม่ได้ชอบผม เธอแค่อยากให้ชิงเหอหย่ากับผมเท่านั้น!”
ตอนพูดคำว่าหย่า เขากัดฟันแน่น เห็นได้ชัดว่าแค้นใจมาก
ซูเสวี่ยถิงเชิดอกขึ้น “ใช่ค่ะ! ฉันแค่ยุให้พี่ชิงเหอหย่า ไม่ได้คิดจะเข้ามาแทนที่ ฉันไม่อยากอยู่กับเขาหรอก ฉันว่าพี่ชายฉันเหมาะกับพี่ชิงเหอมากกว่า ถ้าพี่ชิงเหอได้อยู่กับพี่ชายฉัน เธอต้องมีความสุขแน่”
