ผู้บังคับกองพันแซ่หาน ปีนี้อายุสี่สิบกว่าแล้ว ที่บ้านมีทั้งลูกชาย ลูกสาว และภรรยา
พอเสี่ยวหลี่เล่าเรื่องให้ฟัง เขาก็เข้าใจทันที นั่นไม่ใช่เสี่ยวลู่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายเสียหน่อย เห็นชัด ๆ ว่าภรรยาเขาอยากซื้อ
แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัวของคนอื่น เขาไม่สะดวกพูด ยิ่งไม่ควรเข้าไปยุ่ง
ผู้บังคับกองพันหานหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาเซ็นชื่อบนใบคำร้อง แล้วกระแอมก่อนกำชับเสี่ยวหลี่ว่า “เรื่องนี้แกไม่ต้องยุ่ง”
เสี่ยวหลี่เบิกตากว้าง “ผู้บังคับกองพัน จะให้เบิกล่วงหน้าจริง ๆ เหรอครับ”
เขาคิดว่าผู้บังคับกองพันหานคงไม่ยอมให้เบิกล่วงหน้าแน่ เรื่องนี้ใช้เงินฟุ่มเฟือยเกินไป พูดออกไปก็ขายหน้า
“บอกว่าไม่ต้องยุ่งไง ถ้าว่างก็ไปใส่ใจเรื่องแฟนตัวเองให้มากหน่อย เรื่องของคนอื่นอย่าไปสอด!” ผู้บังคับกองพันหานถลึงตามองเสี่ยวหลี่
หัวทึ่มแบบนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่หาแฟนไม่ได้
ภรรยาเสี่ยวลู่มีความสามารถขนาดนั้น ใช้เงินไปบ้างแล้วจะเป็นไรไป ตอนนี้เสี่ยวลู่ยังต้องพึ่งเธอรักษาขา คนพิการอย่างเขาอยากรั้งภรรยาที่เก่งกาจไว้ ก็ต้องยอมทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว
ใช้เงินแค่นี้ไม่นับว่ามากด้วยซ้ำ เธอยังรักษาขาให้เขาอีก ถ้าเป็นหมอคนอื่นมารักษา ค่าใช้จ่ายคงไม่ใช่แค่นี้ คิดดูแล้วภรรยาเสี่ยวลู่ก็ไม่เลวเลย
ทั้งดูแลสามีที่เป็นอัมพาตอย่างไม่ทอดทิ้ง แถมยังหาเงินได้ ได้ยินว่ายังสวยอีกด้วย เก่งกว่าหญิงสาวที่แต่งงานแล้วส่วนใหญ่เสียอีก ได้แต่งกับเธอถือเป็นวาสนา
ส่วนเรื่องที่ภรรยาสาวชอบใช้เงิน ใครบ้างไม่ชอบใช้เงิน นั่นเป็นแค่นิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอเองก็หาเงินได้
