ผู้บังคับกองพันหานพยักหน้า ก่อนเล่าถึงอาการป่วยที่ทำให้เขาทั้งกังวลและสับสน
“ช่วงนี้ผมนอนไม่หลับครับ มักฝันประหลาดอยู่เรื่อย พอสะดุ้งตื่นก็กลับไปนอนไม่ได้อีก จริง ๆ ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกครับ แต่กลางวันผมต้องฝึกทหาร แถมต้องฝึกหนักด้วย ตัวผมเองก็ต้องลงฝึกเหมือนกัน พอเป็นแบบนี้นานเข้าก็เริ่มรับไม่ไหว...”
ซ่งชิงเหอสงสัยเล็กน้อย “งั้นพักสักหน่อยก่อนไม่ได้เหรอคะ คุณไม่ต้องฝึก ให้คนอื่นฝึกไปก่อน รออาการดีขึ้นแล้วค่อยว่ากัน”
การนอนหลับเป็นเรื่องสำคัญ ต่อให้ร่างกายแข็งแรงแค่ไหน หากนอนไม่พอ แล้วยังไม่ได้งีบชดเชยตอนกลางวัน ร่างกายก็จะมีปัญหาในไม่ช้า
ผู้บังคับกองพันหานขมวดคิ้ว “แบบนั้นจะได้ยังไงครับ ผมเป็นผู้บังคับกองพัน ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง จะนำคนอื่นอู้งานได้ยังไง”
ซ่งชิงเหอ: ...
เข้าใจแล้วว่าทำไมร่างกายถึงทรุดเร็วขนาดนี้
“ขอตรวจชีพจรก่อนนะคะ” เธอบอกให้ผู้บังคับกองพันหานยื่นมือมา
ผู้บังคับกองพันหานยื่นมือออกมา
ซ่งชิงเหอจับชีพจร “ชีพจรอ่อนมาก เป็นอาการของร่างกายที่ถูกใช้เกินกำลัง คนปกติชีพจรจะแข็งแรงและมีแรงเต้น ปกติมีอาการเจ็บหัวใจบ้างไหมคะ”
“มีครับ แต่ไม่บ่อยเท่าไร สัปดาห์หนึ่งก็สักสองสามครั้ง ทุกครั้งที่เจ็บหัวใจ ผมแค่นั่งพักสักครู่ก็หาย” ผู้บังคับกองพันหานตอบ
ซ่งชิงเหอขมวดคิ้ว “แค่นั่งพัก ไม่ได้หยุดพักจริง ๆ เหรอคะ”
นี่เป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายแล้ว
“จะให้พักอะไรล่ะครับ ผมนั่งพักแป๊บเดียวก็กลับไปฝึกต่อ ไม่ก็ทำงานต่อ” น้ำเสียงของผู้บังคับกองพันหานฟังดูอ่อนแรง แต่คำพูดยังหนักแน่น
