ตัวแทนเฉินได้ยินผู้การจูพูดเช่นนั้น ในใจก็โล่งอกเสียที อย่างน้อยก็เปลี่ยนใจได้ ไม่ได้วู่วามจนปล่อยตัวคนไปทั้งอย่างนี้จริง ๆ
โจวกั๋วจิ้งร้อนใจ “ผู้การจู...”
เฉาเหมยยิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา ดูแล้วน่าสงสารจับใจ
ผู้อำนวยการเหรินไม่ได้มองเฉาเหมยด้วยซ้ำ เพียงโบกมือ “งั้นก็พาตัวไปสอบถามให้รู้เรื่องก่อน”
เมื่อครู่เขาเองก็ใช้อารมณ์ตัดสินใจ
“หัวหน้า เมื่อกี้พวกคุณไม่ได้ตัดสินใจกันแบบนี้นี่คะ” เฉาเหมยไม่เต็มใจอย่างยิ่ง หากถูกพาตัวไป บางทีอาจโดนขังในห้องมืดก็ได้
ถึงตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครรู้
ตัวแทนเฉนทนดูท่าทีของเฉาเหมยไม่ไหว จึงพูดตรง ๆ “ในเมื่อเรื่องเกิดขึ้นในเขตทหาร ไม่ว่าจะจัดการอย่างไร ก็ต้องสอบถามเหตุการณ์ให้ชัดเจน เรื่องนี้จะถูกบันทึกไว้ด้วย ต่อให้ตอนนี้คุณร้องไห้หนักแค่ไหน เขตทหารก็ไม่มีทางเปลี่ยนกฎเพื่อคุณคนเดียว”
หัดประเมินตัวเองบ้างเถอะ คิดจริง ๆ หรือว่าร้องไห้แล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง?
“ใช่แล้ว ตัวแทนเฉินพูดถูกทุกอย่าง เสี่ยวเฉาร้องไห้ไปจะมีประโยชน์อะไรล่ะ โอ๊ย ดูสิ ร้องจนแทบจะกลายเป็นน้ำอยู่แล้ว” ป้าที่ทนดูมานานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
คำพูดนี้เธออยากพูดมานานแล้ว
พอป้าคนนั้นเปิดปาก คนที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งทนดูท่าทีเสแสร้งของเฉาเหมยไม่ไหวเหมือนกันก็รีบพูดเสริมทันที
“เสี่ยวเฉาก็เป็นแบบนี้แหละ ขยับนิดขยับหน่อยก็ร้องไห้ แต่บางเรื่องร้องไห้ไปก็แก้ไม่ได้หรอก อย่าคิดว่าน้ำตาจะแก้ได้ทุกอย่างนะ ทำแบบนี้ไม่ดีเลย”
