ตัวแทนเฉินกระแอมเบา ๆ ในใจกำลังคิดว่าจะพูดกับโจวกั๋วเจิ้งอย่างไร แต่ผู้การจูกลับชิงเอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า “เสี่ยวโจว เรื่องนี้ผ่อนผันไม่ได้ก็จริง แต่ตั้งแต่เข้ากองทัพมา คุณก็สร้างคุณูปการให้เขตทหารของเราไม่น้อย ทั้งยังออกปฏิบัติภารกิจมาหลายครั้ง
เรื่องที่ครอบครัวคุณทำต้องถูกลงโทษแน่นอน แต่พอจะลดหย่อนให้ได้บ้าง ถ้าคราวหน้ายังทำผิดอีก ค่อยจัดการรวบยอดไปเลย”
ผู้อำนวยการเหรินพยักหน้า “ใช่ ๆ เรื่องนี้จะไม่มีครั้งหน้าอีก ถ้ามีครั้งหน้า พวกเราคงปล่อยผ่านง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้แล้ว”
“งั้นก็จัดการส่งพวกเขาออกจากเขตบ้านพักครอบครัวทหารไปเลย อยู่ในเขตทหารต่อไม่ได้แน่ ส่งกลับบ้านเกิดไปโดยตรง” ผู้การจูพูดพลางมองเฉาเหมยด้วยแววตาเห็นใจ
ป้าเจิ้งได้ยินว่าผู้บังคับบัญชาพูดแบบนั้น ก็แทบหมดแรง
ตัวแทนเฉินเองก็แทบหมดแรงเหมือนกัน ผู้ชายพวกนี้มองอะไรไม่ออกกันเลยหรือไง รู้จักแต่สงสารคนอื่น ไม่ดูเลยว่าควรสงสารหรือเปล่า!
ซ่งชิงหย่าถึงกับพูดไม่ออก สรุปว่ามีแค่เธอคนเดียวที่ต้องถูกจับสินะ?
หางตาของเฉาเหมยมีน้ำตาคลอ เธอซาบซึ้งจนพูดเสียงสั่น “ขอบคุณผู้บังคับบัญชาค่ะ ขอบคุณจริง ๆ ต่อไปแม่กับเฉียงจื่อจะไม่ถูกใครหลอกใช้ให้ทำเรื่องผิดระเบียบแบบนี้อีกแน่นอนค่ะ”
โจวกั๋วเจิ้งรีบใช้มือหยาบกร้านเช็ดน้ำตาให้ภรรยา สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสาร
“อะไรคือถูกคนอื่นหลอกใช้ ฉันไม่ได้หลอกใช้พวกเขาสักหน่อย เรื่องนี้พวกเขาเป็นฝ่ายมาหาฉันเอง พวกเขาแค่อยากกรรโชกเงิน!” ซ่งชิงหย่าทนไม่ไหวแล้ว
