ซ่งจิ้นจะเข้าไปหยิบ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็รีบวิ่ง
ทั้งสองวิ่งวนรอบจี้เยี่ยนอันประหนึ่งใช้กลยุทธ์ ‘อ๋องล้อมเสา’
สุดท้ายเจียงอวิ๋นซุ่ยก็เพราะขาสั้นวิ่งช้าจึงเสียเปรียบ ถูกซ่งจิ้นจับตัวได้ สูญเสียลูกท้อไปหนึ่งผล
“ลูกท้อสุกแล้วนี่”
พูดพลางเขาก็อ้าปากกัดต่อหน้าจางอวิ๋นซุ่ย
เด็กน้อยโมโหจนแก้มป่องเป็นปลาปักเป้า
“อย่าเป็นคนขี้เหนียวเช่นนั้นเลย ในถุงผ้าเจ้าก็ยังมีตั้งมากมายไม่ใช่หรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยปวดใจนัก หากรู้แต่แรกก็จะยอมหยิบลูกเล็กที่สุดให้เขาเองแล้ว
เมื่อเห็นเสิ่นชิงจู๋ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็วิ่งเข้าไปหา ยื่นลูกท้อให้เขาหนึ่งผลด้วยความเต็มใจ
ซ่งจิ้นเลิกคิ้ว ยื่นมือไปบิดมวยผมอ่อนนุ่มของเด็กน้อย
“ข้าบอกแล้วว่า เจ้าชักจะเกินไปหน่อยแล้วนะ เหตุใดการปฏิบัติต่อข้ากับเขาจึงต่างกันเล่า หืม?”
เจียงอวิ๋นซุ่ย: “ลูกท้อผลนี้เติบโตได้ก็เพราะความดีความชอบของเสิ่นชิงจู๋ด้วยน่ะสิ เขาให้ยาผงไล่แมลงให้หมดไป มิเช่นนั้นลูกท้อใหญ่ก็จะถูกแมลงกินเสียแล้ว”
ภายหลังหลี่อวิ๋นเหนียงก็มาถึง เจียงอวิ๋นซุ่ยจึงมอบให้อีกคนละผล
แต่ว่าหลี่อวิ๋นเหนียงมิได้จากไปพร้อมกับพวกเขา เพียงแวะมารายงานงานสั้นๆ เท่านั้น
เมืองเป่ยเจิ้นด้านนี้จัดการเรียบร้อยแล้ว โดยมีท่านแม่ทัพเฒ่าถังนั่งคุมเชิงอยู่เบื้องหลัง ชั่วระยะเวลาอันสั้นย่อมไม่หลุดจากการควบคุมของจี้เยี่ยนอัน
รถม้าโยกเยกออกเดินทาง
เจียงอวิ๋นซุ่ยกวาดตาดู ก็พบว่าขบวนนี้หาใช่ขบวนเดิมคราวก่อนที่ไปปราบโจรภูเขาไม่
เพียงแต่ซ่งจิ้นผู้นั้นไม่มีกลิ่นอายหม่นหมองเหมือนบุรุษผีดิบอีกแล้ว
