เจียงอวิ๋นซุ่ยเดินอืดอาดเข้าไปข้างใน ต้องเผชิญหน้ากับการรังแกของจี้เยี่ยนอันจอมมารร้าย
แก้มกลมที่ค่อย ๆ อวบขึ้นถูกบีบจนแดง เรือนผมก็ยุ่งเหยิงเล็กน้อย
จี้เยี่ยนอันเหมือนกำลังนวดของเล่นคลายเครียด เรื่องกลุ้มใจพลันลดน้อยลงไปมาก แล้วลงมือทำงานต่อ
เจียงอวิ๋นซุ่ยพลางเสยผมตัวเอง พลางมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อ
น่าชังนัก กลั่นแกล้งนางเช่นนี้ วันนี้นางจะกินน่องไก่เพิ่มอีกหนึ่งชิ้น!
เมื่อวานถูกเสิ่นชิงจู๋บีบพิษออกจากร่างบางส่วน จี้เยี่ยนอันรู้สึกสบายตัวขึ้น ทว่าอาการนอนไม่หลับยามวิกาลก็มิได้ดีขึ้นมากเท่าใด
ค่ำคืนที่หลับสบายนั้นราวกับบุปผาบานเพียงชั่วครู่ เขาคิดว่าเป็นเพราะโอสถ แต่เมื่อต้มโอสถตามวันนั้นดื่มกลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง
เรื่องนี้ทำให้จิตใจจี้เยี่ยนอันหงุดหงิดยิ่งนัก ที่หงุดหงิดหนักกว่าคือกองทัพตระกูลจี้กลับเกิดปัญหาอีก
เงินค่าทหาร เสบียงอาหาร การแย่งชิงอำนาจภายใน
“มานี่ ฝนหมึกให้ข้า”
เจียงอวิ๋นซุ่ยตบเบา ๆ ที่ใบหน้าน้อย ๆ ร้องอ้อเสียงหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไป
“เท้าเจ้าเป็นอะไร”
จี้เยี่ยนอันจ้องมองขาของนางแล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ
เจียงอวิ๋นซุ่ยพึมพำเสียงตัดพ้อ “ข้าสะดุดขาตัวเองตอนขัดขาคนร้ายน่ะ”
“แต่ข้าหายเร็วมาก ท่านอย่าไล่ข้าไปเลยนะ”
นางนึกขึ้นได้อีกว่าแม่ครัวเฉินเป็นห่วงว่าตนจะพลาดพลั้งถูกไล่ออกเพราะเท้าไม่ดี
นางรู้ตัวว่ายังไม่เคยทำผิด แต่ก็ยังหวาดหวั่นว่าจะโดนขับไล่
เห็ดน้อยหูตก ดวงตากลมโตออดอ้อนอย่างน่าสงสาร
จี้เยี่ยนอันชะงักไปครู่หนึ่ง “โง่”
เจียงอวิ๋นซุ่ยขัดใจนัก ทำไมชอบว่านางโง่ ทว่านางไม่กล้าปริปาก
แท้จริงอารมณ์ฉุนเฉียวปรากฏอยู่บนใบหน้าหมดแล้ว
