ยามนี้บนใบหน้าดำปื๊ดของเจียงอวิ๋นซุ่ย ดวงตาคู่หนึ่งทั้งโตทั้งสุกใส ทว่าหลบสายตาไปมา ราวกับรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
จี้เยี่ยนอันมุมปากกระตุกเล็กน้อย
“ออกไป ให้แม่นมโจวเอาไปล้างหน้า”
เจียงอวิ๋นซุ่ยยกมือขึ้นจะลูบหน้าตามสัญชาตญาณ
พู่กันในมือจี้เยี่ยนอันเคาะลงบนหน้าผากนาง “โง่ ยิ่งดำขึ้นเรื่อย ๆ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยมองมือตนเองแล้วคอตกเดินหาแม่นมโจวไป
แม่นมโจวเห็นท่าทางของนางก็ตกใจไม่น้อย
“ไปทำมาได้อย่างไรถึงเป็นเช่นนี้”
เจียงอวิ๋นซุ่ยตอบอย่างห่อเหี่ยว “ซื่อจื่อให้ข้าฝนหมึกให้ แล้วก็เลอะน่ะ”
“แม่นม ข้าอยากล้างหน้า”
แม่นมโจวพานางไปล้างหน้าด้วยสบู่หลายรอบ จนใบหน้าน้อย ๆ ถูกขัดจนแดงก่ำ ถึงจะล้างคราบน้ำหมึกพวกนั้นออกจนหมด
เสื้อผ้าก็เปลี่ยนเป็นชุดสะอาดอีกชุดหนึ่ง
นางตบ ๆ ใบหน้าตัวเอง กลับเป็นเห็ดน้อยสะอาดน่ารักดังเดิมอีกครั้ง
ตอนกลับมาที่จี้เยี่ยนอัน ประจวบกับถึงเวลาอาหารพอดี
นางรีบวิ่งเข้าไปทันที แต่เท้าข้างที่เจ็บเกิดไม่ระวัง ทำให้เจ็บจนล้มลงกับพื้น
เจียงอวิ๋นซุ่ยลุกนั่ง ดวงตาจ้องไปยังของอร่อยบนโต๊ะ ปากน้อย ๆ ยังคงสูดหายใจไม่หยุด น้ำตาคลอสองข้าง
จี้เยี่ยนอันจ้องมองเท้าของนางแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย จากนั้นกล่าวอย่างหมดความอดทน
“ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดตะกละยิ่งกว่าเจ้าอีกแล้ว”
แม่นมโจวพยุงเจียงอวิ๋นซุ่ยขึ้นมา เจ้าตัวเล็กก็เดินกะเผลกไปทางโต๊ะอาหาร
ช่างมุ่งมั่นนัก
“ไปดูแผลที่เท้าก่อน”
เจียงอวิ๋นซุ่ยมองเขาตาละห้อย “ข้าว่า เรากินข้าวก่อนได้นะ”
