เจียงอวิ๋นซุ่ยพักผ่อนอยู่ในเรือนเล็กหนึ่งวัน วันต่อมาก็สวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อน เกล้าผมเป็นมวยคู่แบบสาวใช้ แล้วถูกแม่ครัวเฉินพามายังเรือนด้านหน้า
เจียงอวิ๋นซุ่ยยังตื่นเต้นกับทรงผมใหม่ของตน ระหว่างทางก็ยกมือขึ้นลูบคลำเป็นระยะ
หลังจากพักฟื้นมาระยะหนึ่ง แม้น้ำหนักตัวจะยังเพิ่มไม่มากนัก แต่จิตใจและสีหน้ากลับเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ต่างจากตอนที่เพิ่งถูกเก็บมาได้ ใบหน้าซีดเซียวราวกับจะสิ้นใจได้ทุกเมื่อ บัดนี้นางเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นบ้างแล้ว
ยิ่งผิวพรรณขาวผ่อง หน้าตางดงามน่ารัก ยิ่งดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก
“ท่านน้าส่งเจ้าได้เพียงถึงที่นี่ จำที่ข้าบอกได้หรือไม่”
เจียงอวิ๋นซุ่ยพยักหน้าเล็กน้อย “รู้แล้วเจ้าค่ะ พูดน้อย ๆ ซื่อจื่อให้ทำอะไรก็ทำตาม”
นางทวนคำที่แม่ครัวเฉินกำชับอีกครั้งด้วยเสียงอ้อแอ้ ช่างน่าเอ็นดูเหลือเกิน
แม่ครัวเฉินอดไม่ได้ เอื้อมมือไปหยิกมือน้อย ๆ ของนาง
นางใคร่จะหยิกแก้มอยู่หรอก ทว่าเด็กน้อยผิวพรรณละเอียดเกินไป ถูกหยิกทีก็จะทิ้งรอยไว้ หากไปเข้าเวรด้วยรอยเช่นนั้นย่อมไม่ดี
เจียงอวิ๋นซุ่ยไปถึงเรือนหน้าด้วยตนเอง แล้วเดินย่างสามขุมเข้าไป
ผู้เฝ้าประตูยืนตรงไม่ชายตามอง
เดินวนหาอยู่ครู่หนึ่ง เจียงอวิ๋นซุ่ยก็ไม่รู้ว่าบัดนี้จี้ซื่อจื่ออยู่ที่ไหน จึงจับคนมาถามเสียเลย
“ท่านเจ้าคะ จี้ซื่อจื่ออยู่ที่ใดหรือ”
เจียงอวิ๋นซุ่ยยืนอยู่ใต้ต้นไม้ เงยหน้าถามผู้ที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้อย่างนอบน้อม
