หลังจากทานข้าวกับจี้เยี่ยนอันเสร็จ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็อุ้มไข่หนี่เฟิ่งเดินเล่นกลับมา
มองดูเด็กสามคน แท้จริงแล้วมีเพียงคนเดียวที่อายุน้อยกว่านาง อีกสองคนอายุมากกว่านาง
พวกเขาต่างตั้งใจทำความสะอาดลานอย่างจริงจัง คนที่อายุน้อยที่สุดนั่งอยู่ใต้ต้นองุ่น พอเห็นนกบินลงมา นางก็ร้องเอ๋ง ๆ ขับไล่นกพวกนั้นให้หนีไป
จริง ๆ ตั้งใจปฏิบัติตามคำสั่งของเจียงอวิ๋นซุ่ยมาก
เห็ดน้อยพยักหน้าอย่างพอใจ
แล้วเด็ดองุ่นหนึ่งพวงลงมา แบ่งให้ทั้งสามคน
เด็กสามคนถือองุ่นไว้ ครู่หนึ่งรู้สึกไม่รู้จะทำอย่างไรดี ราวกับมีทองตกลงมาจากฟ้า
"ยืนงงทำไมกันเล่า? รีบกินสิ ข้าบอกพวกเจ้าเลย องุ่นที่ข้าปลูกอร่อยมาก"
เจียงอวิ๋นซุ่ยกินจนใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความสุข
อร่อย ๆ ขออีกหนึ่งลูก
เด็กสามคนจึงเริ่มกิน ในครั้งนี้พวกเขาไม่ได้กินอย่างตะกละตะกลามเหมือนตอนกินข้าว
แต่กินอย่างระมัดระวัง
ปกติเวลากินข้าวยังกินไม่อิ่ม บางครั้งยังต้องแย่งกินกับหมา จะเคยได้กินผลไม้แบบนี้ที่ไหน
กัดเข้าไปคำหนึ่ง ทั้งสามคนราวกับกำลังฝันไป
ในโลกนี้มีสิ่งของที่อร่ายย่างนี้ได้อย่างไรกัน!
เจียงอวิ๋นซุ่ยกินองุ่นเสร็จ ก็ไปจัดการกับปูนซีเมนต์ของนางต่อ
ที่เผาปูนซีเมนต์ คือที่ที่กำลังเผาเครื่องเคลือบอยู่นี้เอง
หลังจากที่ดินเหนียวสำหรับเผาเครื่องเคลือบจากค่ายโจรถูกขนมา จี้เยี่ยนอันก็รวบรวมช่างฝีมือที่เชี่ยวชาญการเผาเครื่องเคลือบมาศึกษาการเผา
