เจียงอวิ๋นซุ่ยเกาศีรษะพลางคิดในใจ ไปแล้วอย่างนั้นรึ
งั้นก็ไม่ใช่เรื่องนาง จะได้ไม่ต้องสนใจ
เจียงอวิ๋นซุ่ยผู้วางใจใหญ่โยนเรื่องนี้ทิ้งไว้เบื้องหลัง แล้วจูงมือแม่ครัวเฉินเดินกลับ
ตลอดทางที่เดินมานั้น แม่ครัวเฉินยังคงตื่นตระหนกจนตั้งสติไม่ได้
ภาพเมื่อครู่นี้ทำให้แม่ครัวเฉินหวาดหวั่นอยู่บ้าง
“ป้าสะใภ้เฉิน ทานอาหารเถิด”
เด็กน้อยขะมักเขม้นเปิดกล่องอาหารออก ใบหน้ากลมดุจแป้งมีรอยยิ้มหวานละมุนแย้มกว้าง ก่อนจะผลักกล่องไปทางแม่ครัวเฉิน
กระทั่งเวลานี้แม่ครัวเฉินจึงสังเกตเห็นสิ่งที่นางถือติดตัวมาชัดเจน พอเปิดออกดูก็ต้องสูดลมหายใจเย็นวาบอย่างอดไม่ได้
อาหารเหล่านี้หาใช่อาหารที่คนธรรมดาจะทานได้
“นี่... อวิ๋นซุ่ยไปได้มาจากที่ใด”
เจียงอวิ๋นซุ่ยตอบอย่างว่านอนสอนง่าย “จี้ซื่อจื่อให้ข้า”
“หา”
เจียงอวิ๋นซุ่ยเอ่ยเร่งด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนของเด็กน้อยว่า “ป้าเร็วเข้า ข้าอิ่มแล้ว”
นางยังลูบท้องพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเยาว์เจือความเสียดายว่า “ท้องยังเล็ก ทานได้ไม่มาก”
อาหารของมนุษย์นั้นอร่อยนัก อยากให้ท้องยัดได้มากขึ้นจริงหนอ แต่เห็ดน้อยแรงน้อยจึงกินได้ไม่มาก
หืม... แต่ทว่าก็ยังดูกินได้มากกว่าซื่อจื่อผู้นั้นสักหน่อยกระมัง
พอคิดได้ดังนี้ เจียงอวิ๋นซุ่ยก็อารมณ์ดีขึ้นมา
แม่ครัวเฉินมองดูอาหารเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นของดี ทิ้งก็น่าเสียดาย
ทานเถิด
ถึงอย่างไรตอนนี้สมองนางก็ยังมึนงงรางเลือน เรื่องของสาวใช้สองคนนั้นจะลามมาถึงนางและอวิ๋นซุ่ยผู้น้อยหรือไม่ก็ยังมิอาจรู้
