จั่วจั่วกับโย่วโย่วมีจมูกที่ไวมาก ทว่ายามนี้อากาศเช่นนี้มิสู้ดีนักที่จะตามหา ทั้งทุ่งหญ้ายังกว้างใหญ่ไพศาล
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง……”
จั่วจั่วโย่วโย่วดมฟุดฟิดอยู่ตรงนั้นตรงนี้ จู่ ๆ ก็วิ่งตรงไปยังทิศหนึ่ง
“ตามไป”
ซ่งจิ้นรีบออกคำสั่งให้ผู้คนตามไป
ไม่นานก็มาถึงที่แห่งหนึ่ง มองแต่ไกลก็เห็นอีแร้งบินวนเวียนอยู่
“ตรงนั้นท่าทางจะเป็นศพ”
ได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ใจหายวาบ
เจียงอวิ๋นซุ่ยกำป้ายไม้ที่เสี่ยวซิ่งมอบให้นางไว้แน่น แท้จริงแล้วก็ไม่รู้ว่าควรกำสิ่งใดไว้ นางพร่ำพึมพำไม่หยุด
“มิใช่เขา มิใช่เขา……”
“แต่งกายเช่นเดียวกับคนพวกที่ลอบสังหารซื่อจื่อ”
ได้ฟังดังนั้น ทุกคนก็โล่งอกลงอย่างสมบูรณ์
“ดูทิศทางของพวกเราไม่ผิด”
พวกเขาออกตามหากันมาหลายวันแล้ว เฝ้าตามสุนัขสองตัวนี้ไป แต่ไร้วี่แววร่องรอยใด ๆ ในใจของทุกคนล้วนร้อนรนจนทนไม่ได้
บัดนี้เห็นศพมือสังหาร พวกเขากลับโล่งอก
ไม่พบจี้ซื่อจื่อและคณะ แต่เห็นศพมือสังหาร เช่นนั้นย่อมพิสูจน์ว่าทิศทางของพวกเขามิผิด
“ออกตามหาต่อไป”
บัดนี้หิมะบนทุ่งหญ้าเริ่มละลายแล้ว ม้าวิ่งได้เร็วขึ้นบ้าง
ยามค่ำ พวกเขาหาที่พักชั่วคราว
มิคาดเลยว่าจะพบกับกองกำลังทัพอนารยชนกลุ่มหนึ่ง
ผู้คุ้มกันชั้นยอดทั้งกลุ่มได้เข้าต่อสู้กับทัพอนารยชนเพื่อปกป้องซ่งจิ้นและนาง
ซ่งจิ้นพานางและสุนัขทั้งสองหนีตาย เพราะเป็นยามค่ำ จึงไม่รู้ว่ามุ่งหน้าไปทางใด
กว่าจะรู้สึกตัวก็เป็นเวลากลางวัน พวกเขาและผู้คุ้มกันพลัดหลงกันแล้ว
