บทที่ 4 กระดูกสันหลังส่วนเอวหัก
เจียงกวนชิงเซ็นเอกสารและจ่ายค่าประกันตัวเสร็จ ไม่นานเจียงหนิงก็ถูกพาตัวออกมา
มองดูรอยฟกช้ำบนใบหน้าและผ้าพันแผลที่แขนของอีกฝ่าย เจียงกวนชิงก็รู้สึกจมูกชา อยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไง จึงพาคนออกไปข้างนอกอย่างเงียบ ๆ
“เสี่ยวหนิง ขึ้นรถเถอะ เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล” เจียงกวนชิงเปิดประตูรถด้านคนนั่ง
เจียงหนิงใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม น้ำเสียงไม่น่าฟัง “ไม่ไป” พูดจบก็หันหลังเตรียมเดินจากไป
มองดูแผ่นหลังของอีกฝ่าย เจียงกวนชิงใจร้อนนิด ๆ รีบเดินตามไปสองก้าว ดึงมือข้างที่ไม่เจ็บของเจียงหนิงไว้ “บาดแผลบนตัวแกยังต้องทำแผลนะ ถ้าไม่ไปโรงพยาบาล งั้นไปร้านขายยา...”
เจียงหนิงอย่างหมดความอดทนก็ปัดมือเจียงกวนชิงออกอย่างแรง “ปล่อยนะ เมื่อก่อนไม่เหลียวแลพวกเรา ตอนนี้ถึงมาแสร้งทำสงสาร สายไปแล้ว”
มือถูกสะบัดออกอย่างแรง เจียงกวนชิงชะงักไป นิ้วมือขดงอเล็กน้อย “ดึกดื่นขนาดนี้ จะไปไหน”
“เรื่องของข้า ไม่ต้องมายุ่ง” เจียงหนิงพูดเสียงกระโชกโฮกฮาก
ตีสามกว่า ๆ เจียงกวนชิงจะวางใจให้เจียงหนิงอยู่คนเดียวได้ยังไง ก็เลยแข็งกร้าวขึ้นหน่อย “กลับไปกับข้า”
มือข้างที่ห้อยอยู่แนบขาของเจียงหนิงกำแน่นเป็นหมัด พอได้ยินคำพูดนี้ ความโกรธในใจก็เผาผลาญสติไปหมด หลบมือที่เจียงกวนชิงจะมาดึงแล้วฉวยจังหวะนั้นผลักออกไปอย่างแรง
เจียงกวนชิงไม่ทันระวัง ถูกผลักจนกระแทกเข้ากับประตูรถฝั่งคนนั่งที่เปิดค้างอยู่เต็มแรง
สีหน้าของเจียงกวนชิงซีดเผือดลงในทันใด ความเจ็บแปลบรุนแรงจากจุดที่ถูกกระแทก ลามไปทั่วทั้งเอว
เจียงหนิงก้มลงมองมือของตัวเองด้วยความไม่อยากเชื่อ ทั้งที่ชัด ๆ ว่าเขาไม่ได้ออกแรงมากเลย มันเป็นไปได้ยังไง
“เฮ้ย... เป็นไรมากเปล่า” เจียงหนิงถามอย่างตะกุกตะกัก
เจียงกวนชิงหลับตาแน่น กลัวว่าจะทำให้เจียงหนิงตกใจ จึงฝืนดึงมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “ไม่เป็นไร”
เสแสร้งชัด ๆ หน้าซีดเป็นผีขนาดนั้นแล้วยังบอกว่าไม่เป็นไรอีก เจียงหนิงแอบกัดฟันกรอด
“ตรงไหนถูกกระแทก” เจียงหนิงสาวเท้าสองก้าวเข้ามาใกล้เจียงกวนชิง พยุงแขนของอีกฝ่ายไว้
เจียงหนิงรู้ว่าเจียงกวนชิงไม่มีทางพูด จึงลงมือเองเลย ดึงเสื้อของเจียงกวนชิงขึ้นมา
เจียงกวนชิงตกใจ รีบห้าม “อย่า...”
“อยู่นิ่ง ๆ!” เจียงหนิงพูดอย่างดุร้าย หน้าตาดุดัน
ดุชะมัด เจียงกวนชิงก้มหน้างุด สายตาหมองลง ตอนเด็ก ๆ เสี่ยวหนิงขี้อ้อนจะตายไป
เจียงหนิงขมวดคิ้วมองดูเอวของเจียงกวนชิง บนผิวขาวดุจหยก ปรากฏรอยฟกช้ำสีเขียวคล้ำเป็นปื้นใหญ่ขึ้นมาอย่างเด่นชัด แถมยังมีรอยแผลเป็นตื้น ๆ อีกหลายรอย
ทำไมมันถึงได้รุนแรงขนาดนี้ ก็แค่ชนนิดเดียวเอง
เจียงหนิงยื่นนิ้วออกไปจิ้ม ๆ แปลกใจว่าพี่ใหญ่ผอมลงตั้งแต่เมื่อไหร่ กระดูกสันหลังถึงได้นูนเด่นขนาดนี้
เจียงกวนชิงถูกเจียงหนิงจิ้มจนตัวเกร็ง ครั้นได้สติก็รีบดึงชายเสื้อลง “พี่ไม่เป็นไรแล้ว”
“ไม่เป็นไรอะไรกัน ไปโรงพยาบาล” เจียงหนิงดึงเสื้อนอกชุดนักเรียนที่พาดอยู่บนไหล่ลงมา ผูกรอบเอว น้ำเสียงยียวน
เจียงกวนชิงรู้สึกว่าสมองของตัวเองชักจะใช้การไม่ค่อยได้แล้วนะ เขาเป็นพี่ใหญ่นะเฟ้ย
มองดูเจียงหนิงที่นั่งประจำที่คนนั่งเรียบร้อยแล้ว เจียงกวนชิงเม้มปากแล้วเดินไปทางฝั่งคนขับ ไปโรงพยาบาลก็ดีเหมือนกัน จะได้ให้หมอดูแลทำแผลให้เจียงหนิงด้วย
“เชอะ” เจียงหนิงรู้สึกหงุดหงิดหน่อย ๆ ทำไมเด็กอายุไม่ถึงถึงสอบใบขับขี่ไม่ได้วะ
“เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” เจียงกวนชิงนึกว่าเจียงหนิงรู้สึกว่าหนทางมันไกลเกินไป ก็เลยปลอบอยู่หน่อย
เจียงหนิงยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม
“ไป” พอลงจากรถ เจียงหนิงก็นำหน้าเดินเข้าไปในโรงพยาบาลก่อนเลย
เจียงกวนชิงอยากจะหาหมอให้เจียงหนิงดูบาดแผลให้ก่อน แต่กลายเป็นว่าตัวเองถูกกดให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อน
“เขากระแทกที่เอวมา”
เสื้อกาวน์ขาวตรวจดูรอยฟกช้ำบนเอวของเจียงกวนชิง มือที่สวมถุงมือกดลงไป “เจ็บไหม”
เจียงกวนชิงรู้สึกว่ากระดูกสันหลังตัวเองแข็งทื่อไปหมด ก็เลยพยักหน้าเบา ๆ
“ไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวผมจ่ายยาให้คุณเอากลับไปทา”
เสื้อกาวน์ขาวถอดแว่น พิมพ์อะไรบางอย่างง่วนอยู่กับคอมพิวเตอร์
เจียงหนิงร้อนใจ “แต่กี้เขาเขาซีดเลยนะครับ แล้วนี่ไม่เป็นไรมากเนี่ยนะ”
เสื้อกาวน์ขาวดูจะชินชาซะแล้ว พอได้ยินเจียงหนิงพูดจาเหมือนตั้งคำถามกับวิชาแพทย์นี้ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย แค่พูดเสียงเรียบ ๆ “ถ้าไม่วางใจ เดี๋ยวผมสั่งฟิล์มเอกซเรย์ให้ คุณพาเค้าไปถ่ายดูหน่อย”
เจียงหนิงพยักหน้า ถึงจะสมเหตุสมผลหน่อย
“ไม่ต้องแล้ว”
เจียงหนิงหันขวับ สายตาจ้องเขม็งไปที่เจียงกวนชิง ไม่ต้องอะไรกัน
เจียงกวนชิงสู้สายตาของเจียงหนิงด้วยความรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกเกรงใจจนต้องหันไปยิ้มเจื่อน ๆ ให้เสื้อกาวน์ขาว “ผมเคยกระดูกสันหลังส่วนเอวหักมาก่อนครับ ไม่ต้องถ่ายเอกซเรย์หรอก”
กระดูกสันหลังส่วนเอวหัก?
สี่คำนี้วกวนอยู่ในปากของเจียงหนิงอยู่พักหนึ่ง แล้วเจียงหนิงก็ระเบิดออกมา “กระดูกสันหลังส่วนเอวหัก! ทำไมฉันถึงไม่รู้!”
“นี่โรงพยาบาลนะครับ ช่วยเบาเสียงหน่อย” เสื้อกาวน์ขาวขมวดคิ้วเตือน พลางแนะนำให้เจียงกวนชิงไปถ่ายฟิล์มดูหน่อยจะดีกว่า
เจียงกวนชิงรู้สึกเกรงใจนิดหน่อย ยิ้มขอโทษให้เสื้อกาวน์ขาวแล้วลากเจียงหนิงออกมา
พอพ้นประตู เจียงหนิงก็หยุดชะงัก มองเจียงกวนชิงเหมือนต้องการคำอธิบาย
เจียงกวนชิงรู้สึกผิดนิด ๆ เรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์ของเขาครั้งนี้ ชาติที่แล้วไม่เคยให้พวกน้อง ๆ รู้เลยแม้แต่น้อย คราวนี้...
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนะ ก็แค่อุบัติเหตุรถนิดหน่อย” เจียงกวนชิงพูดอย่างรู้สึกผิด
เจียงหนิงหัวเราะเย็น “กระดูกสันหลังส่วนเอวหักนี่นะเรื่องเล็ก?” ในใจของเจียงหนิงอึดอัด แต่ก็หาทางระบายไม่ได้ เจ้าตัวเล็กในใจกำลังต่อยอากาศอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่เป็นไรจริง ๆ นะ พี่ก็ยังดี ๆ อยู่นี่ไง”
เจียงหนิงฟังไม่ลงแล้ว สาวเท้าใหญ่ ๆ เดินนำหน้าไป
เจียงกวนชิงยังคงกังวลถึงบาดแผลที่แขนของเจียงหนิงอยู่ รีบเดินตามไป แต่พอก้าวยาว ๆ ก็สะดุ้งเจ็บที่เอว จนต้องสูดปาก “ซี๊ด”
เจียงหนิงได้ยินเสียงเจียงกวนชิงก็หยุดฝีเท้า แล้วเดินกลับมา ถลึงตาใส่เจียงกวนชิงหนึ่งที
“ไม่มีมารยาท...”
เจียงหนิงขมวดคิ้ว “แกว่าไงนะ” เขาไม่ได้ยิน
เจียงกวนชิงเม้มปากไม่ตอบ ในใจห่อเหี่ยวสุด ๆ เพราะชัด ๆ ว่าเขาเป็นพี่ใหญ่นะเฟ้ย เสี่ยวหนิงไม่เรียกเขาว่าพี่ใหญ่ก็แล้วไป แต่ยังจะมาถลึงตาใส่เขา ไม่มีมารยาทเอาซะเลย
ช่างเถอะ เขาเป็นผู้ใหญ่ ไม่ถือสาเด็ก ๆ เสี่ยวหนิงยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย
“ไปหาหมอให้ดูแผลที่แขนแกหน่อยเถอะ”
เจียงหนิงชำเลืองมองแขนตัวเองแวบหนึ่ง แค่นี้มันน่าดูตรงไหนกัน อีกเดี๋ยวมันก็หายเอง พอสบกับแววตากังวลของเจียงกวนชิง พวกคำพูดพวกนั้น เจียงหนิงก็พูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้าอย่างรำคาญใจ
“พี่รอง?!” เจียงหนิงขมวดคิ้วมองคนที่ออกมาจากห้องตรวจข้างหน้า ตะโกนเรียกอย่างไม่แน่ใจ
เจียงเยี่ยนที่กำลังพับแขนเสื้ออยู่ชะงักไป เหมือนว่าจะได้ยินเสียงเจียงหนิง
เจียงหนิงแน่ใจแล้วว่าคนข้างหน้าคือพี่รองของเขาเอง พอเห็นเจียงเยี่ยนไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ ก็ตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง “เจียงเยี่ยน!”
ไม่ใช่แค่หูแว่วแล้ว เจียงเยี่ยนหยุดฝีเท้าหันไปมอง ก็เจอเจียงหนิงเข้าจริง ๆ เพียงแต่... สายตาของเจียงเยี่ยนตกลงบนเจียงกวนชิงที่ยืนอยู่ข้างหลังของเจียงหนิง
เจียงกวนชิงรู้ว่าเจียงเยี่ยนทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลหัวซี ก็แค่ไม่คิดว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้ว เจียงเยี่ยนยังจะเข้ากะอยู่
“เสี่ยวเยี่ยน...” เจียงกวนชิงรู้สึกมึน ๆ เหมือนมีหลายเรื่องอยากจะพูด แต่ก็ลืมไปหมดแล้ว
เจียงเยี่ยนหน้าตาคมคายดูเย็นชา แต่กลับมีแววดุดันและความก้าวร้าวมากกว่าเจียงกวนชิงอยู่นิดหนึ่ง ริมฝีปากบางเฉียบ เมื่อยกยิ้มขึ้นก็ให้ความรู้สึกว่าเข้าถึงง่าย แต่เมื่อเม้มแน่นกลับดูสูงส่งเกินเอื้อม
“ไปตีกับใครมาเหรอ” สายตาของเจียงเยี่ยนตกลงบนแขนของเจียงหนิง ซึ่งมีผ้าก๊อซพันอยู่
“อืม” เจียงหนิงไม่ได้รู้สึกว่าการชกต่อยเป็นเรื่องน่าอาย พยักหน้าอย่างเปิดเผย
“แล้วคุณล่ะ”
แววตาของเจียงกวนชิงดูเลื่อนลอยเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับสายตาอันเย็นชาของเจียงเยี่ยนถึงได้สติ “พี่ไม่เป็นไร”