บทที่ 3 สายโทรกลางดึก
พักผ่อนไม่ถึงสามชั่วโมง เจียงกวนชิงก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าตรู่แล้วเดินทางไปบริษัท
"ท่านประธานเจียง สวัสดียามเช้าครับ" ไป๋ซินยิ้มพลางทักทาย ไม่ได้ใส่ใจคำพูดเรื่องไล่ออกของเจียงกวนชิงเมื่อวานแม้แต่น้อย
เจียงกวนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง "ผู้ช่วยไป๋ สวัสดียามเช้า"
เพิ่งนั่งลงที่โต๊ะ ไป๋ซินก็หยิบขนมปังสำหรับมื้อเช้าออกมาจากด้านหลัง วางต่อหน้าเจียงกวนชิง
"ท่านประธานเจียง กินข้าวเช้าก่อน แล้วค่อยกินยานะครับ"
เจียงกวนชิงรู้ว่าไป๋ซินหวังดีกับเขา เงียบไปไม่กี่วินาทีก็ยอมกิน
ไป๋ซินหมุนตัวไปอุ่นนม
หึ่ง ๆ ๆ หึ่ง ๆ ๆ ...
เจียงกวนชิงเห็นหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าว่าเสี่ยวจั๋ว ใจสั่นสะท้าน คลื่นแห่งความยินดีที่กดไว้ไม่อยู่พลุ่งพล่านขึ้นมา
"ฮัลโหล เสี่ยวจั๋ว"
เจียงจั๋วที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงเจียงกวนชิง นิ้วมือที่กำโทรศัพท์ไว้ก็บีบแน่นขึ้น
"เจียงกวนชิง แกยุ่งเรื่องของฉันทำไม อาศัยสิทธิ์อะไรถึงเปลี่ยนตัวหนานอวิ๋นเอ๋อออกไปเอง แกจะเลิกคิดว่าตัวเองแน่สักทีได้ไหม ตั้งหลายปีมานี้ฉันก็อยู่ของฉันมาได้ แล้วตอนนี้จะมายุ่งเรื่องของฉันอีกทำไม พวกเราห้าคนพี่น้องไม่มีแกก็อยู่ได้ดีกว่า..."
จิตใจที่เปี่ยมสุขเมื่อครู่ค่อย ๆ เย็นชืดลงตามคำพูดของเจียงจั๋ว ในแววตาเผยให้เห็นความสับสนเลือนลางจาง ๆ
"ฉัน..."
เจียงกวนชิงเพิ่งจะอ้าปากอธิบาย ปลายสายเจียงจั๋วก็ตัดสายไปเสียแล้ว
ตอนไป๋ซินเดินเข้ามาก็เห็นภาพนี้พอดี เท้าชะงักไปเล็กน้อย
หัวใจของเจียงกวนชิงค่อย ๆ ดิ่งลง มองอาหารเช้าตรงหน้าก็หมดความอยากอาหาร เมื่อเห็นว่าไป๋ซินยังถือแก้วนมอยู่ก็ให้เกียรติกินไปอีกสองสามคำ
ไป๋ซินเองก็เข้าใจว่าเจียงกวนชิงเห็นแก่ที่เขาอยู่ด้วยถึงได้ยอมกินสักคำ ถ้าเขาไม่อยู่ก็คงจะไม่กินสักคำ เมื่อเห็นอีกฝ่ายกินไม่ลงจริง ๆ จึงไม่ฝืน กำชับให้เจียงกวนชิงกินยา
เยวี่ยหัว กรุ๊ป เป็นองค์กรธุรกิจชั้นนำของเมืองจิงเป่ย บริษัทใหญ่ขนาดนี้ย่อมมีธุระงานมากมายล้นมือ ในฐานะประธานบริษัท เจียงกวนชิงก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
สี่ทุ่ม ภายใต้การเร่งเร้าของไป๋ซิน เจียงกวนชิงก็ปิดคอมพิวเตอร์ในที่สุด
"ท่านประธานเจียง จะกลับบ้านหรืออยู่ที่บริษัทครับ"
เจียงกวนชิงมองตึกสูงระฟ้าอันคึกคักอยู่นอกหน้าต่างบานใหญ่ มือกดคลึงขมับที่ปวดตึบ
"กลับบ้าน"
ไป๋ซินไม่แปลกใจเลย ตลอดหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะดึกดื่นเพียงใด เจียงกวนชิงก็จะกลับไปนอนที่บ้านเสมอ ต่อให้ที่บ้านจะไม่มีใครอยู่สักคนก็ตาม
ไป๋ซินนั่งขับตรงเบาะคนขับ เจียงกวนชิงนั่งเบาะหลัง สีหน้าอิดโรย
ไป๋ซินถือโอกาสช่วงรอสัญญาณไฟแดงมองเจียงกวนชิงผ่านกระจกมองหลัง
ชายหนุ่มเบาะหลังสวมสูทสีดำตัดเข้ารูปพอดีตัว ใบหน้าดั่งหยกที่ผ่านการเจียระไนอย่างประณีต ดูเย็นชาและงดงามประหนึ่งตุ๊กตากระเบื้องในตู้โชว์
สายตาของไป๋ซินหยุดลงที่ริมฝีปากของเจียงกวนชิงอย่างไม่รู้ตัว ริมฝีปากของเจียงกวนชิงมีสีค่อนข้างอ่อน แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกว่าสีหน้าไม่ดี...
เจียงกวนชิงรู้สึกถึงสายตาของไป๋ซิน จึงลืมตาขึ้น "โบนัสเดือนนี้เพิ่มสองเท่า ไปบอกฝ่ายการเงินเองแล้วกัน"
"ขอบคุณท่านประธานเจียงครับ"
ไป๋ซินดึงสายตากลับ ปากก็เอ่ยขอบคุณ แต่น้ำเสียงหาได้ยินดีมากนัก
มือขวาของเจียงกวนชิงกำหมัดแนบชิดท้องส่วนบน ความเหนื่อยล้าบนใบหน้ายิ่งเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
"เปิดกระจกหน่อย" เจียงกวนชิงรู้สึกคลื่นไส้นิด ๆ
ไป๋ซินทำตามคำสั่ง สังเกตเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจียงกวนชิง คิ้วก็ขมวดแน่น มันเป็นความสะเพร่าของเขาเอง น่าจะให้อีกฝ่ายกินข้าวที่บริษัทก่อน
สายลมแห่งรัตติกาลที่พัดพาความเย็นเฉียบโชยมาแตะใบหน้า เจียงกวนชิงรู้สึกดีขึ้นมาก
รถยนต์แล่นเข้าไปในโรงจอดรถ ก่อนลงจากรถ เจียงกวนชิงมองไป๋ซินแวบหนึ่ง "ค่ำแล้ว คืนนี้ก็พักที่นี่แล้วกัน"
ดึกป่านนี้แล้วยังจะให้ไป๋ซินขับรถกลับไปอีกคงเป็นการบีบบังคับเกินไปหน่อย อีกอย่างเจียงกวนชิงก็เป็นห่วงความปลอดภัยของอีกฝ่าย ก็เลยให้อีกฝ่ายอยู่เสียเลย
"ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานเจียง" ไป๋ซินมีห้องพักแขกส่วนตัวอยู่ห้องหนึ่ง ปกติจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดให้เป็นประจำ
ไป๋ซินจอดรถดีแล้วก็เดินเร็ว ๆ ตามเจียงกวนชิงไป โดยเดินตามหลังเจียงกวนชิงไปครึ่งก้าวเข้าไปภายในบ้าน
"ท่านประธานเจียง ท่านยังไม่ได้กินข้าวเย็นนะครับ ผมจะไปทำบะหมี่ให้นะ" ไป๋ซินพูดพลางก็พับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องครัว
เจียงกวนชิงไม่ได้ห้ามปราม ท้องของเขาเริ่มไม่ค่อยสบายแล้วจริง ๆ เขาคว้าหมอนอิงมากอดข้างหนึ่ง ร่างทั้งร่างเอนอิงอยู่บนโซฟาอย่างขี้เกียจ ขาไขว้หงิกงอ
ไป๋ซินยกชามบะหมี่ออกมาก็เห็นภาพนี้ เท้าชะงักเล็กน้อย จากมุมมองของเขา เจียงกวนชิงที่นอนขดอยู่บนโซฟาไร้ซึ่งความเย็นชาอย่างที่เคยเป็นในยามปกติ เพิ่มความเกียจคร้านและสบาย ๆ เข้ามาแทน เส้นผมที่เคยหวีเรียบแปล้ไร้รอยยุ่งก็อ่อนนุ่มห้อยตกลงมา ปกปิดคิ้วและดวงตาเล็กน้อย ทำให้อีกฝ่ายดูเชื่อฟังอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เสียงของชามตะเกียบที่แตะถูกโต๊ะทำให้เจียงกวนชิงที่กำลังพักสายตาอยู่สะดุ้งตื่น
เจียงกวนชิงยืดตัวตรงขึ้นมา คิ้วและแววตาเต็มไปด้วยความอิดโรย "เสร็จแล้วเหรอ"
"อืม กินเถอะครับ" ไป๋ซินยัดตะเกียบใส่มือเจียงกวนชิง
เห็นตรงหน้ามีบะหมี่มะเขือเทศใส่ไข่แค่ชามเดียว เจียงกวนชิงเอียงศีรษะเล็กน้อย "ทำแค่ชามเดียวเหรอ"
"อืม" ไป๋ซินไม่ค่อยเข้าใจ ทำไมถามอย่างนี้
"ไปหยิบชามมาอีกใบ"
ไป๋ซินได้ยินดังนั้นก็กลับไปที่ห้องครัวหยิบชามมาเพิ่มอีกหนึ่งใบ "ร้อนไปหรือเปล่าครับ"
เจียงกวนชิงไม่ตอบ ค่อย ๆ แบ่งบะหมี่ในชามของตัวเองออกมาครึ่งหนึ่ง ยังใส่ใจคีบไข่มาให้อีกมาก
"ฉันกินไม่หมดหรอก กินด้วยกันเถอะ" เจียงกวนชิงเลื่อนชามที่แบ่งไว้อีกใบไปทางไป๋ซิน
ไป๋ซินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มแล้วตอบว่า "ได้ครับ"
ถึงเจียงกวนชิงจะไม่มีกฎเคร่งครัดว่ากินแล้วห้ามพูดหรือพูดแล้วห้ามกิน แต่เขาก็ไม่ชอบพูดคุยระหว่างกินข้าว เพราะฉะนั้นมื้อนี้ที่ถือว่าเป็นอาหารดึกจึงผ่านไปอย่างเงียบ ๆ
"ชามทิ้งไว้ล้างพรุ่งนี้เถอะ พักผ่อนเร็ว ๆ" เจียงกวนชิงกำชับหนึ่งประโยคแล้วก็ขึ้นชั้นบนไป เขาไม่สบายมาก
ตอนตีสามกว่า ๆ เจียงกวนชิงถูกเสียงสั่นของโทรศัพท์ดังหึ่ง ๆ ปลุกให้ตื่น
ในห้องมืดมิดมีเสียงหอบหายใจที่ค่อนข้างแรงลอดออกมา เจียงกวนชิงนอนนิ่งอยู่นานทีเดียว จนรู้สึกว่าตัวเองสงบลงแล้วจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
กองบังคับการที่หนึ่งเมืองจิงเป่ย?
"ฮัลโหล"
"ขอโทษนะครับ ใช่คุณเจียงกวนชิงหรือเปล่าครับ"
"ใช่ ผมเอง"
"ที่นี่กองบังคับการที่หนึ่งเมืองจิงเป่ยครับ รบกวนให้คุณมาที่นี่หน่อยนะครับ คุณเจียงหนิงน้องชายของคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทเป็นกลุ่มใหญ่ ต้องการให้คุณมาประกันตัวครับ"
"ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
วางโทรศัพท์ เจียงกวนชิงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตรงไปที่โรงจอดรถ เขาไม่ได้เรียกไป๋ซิน ตั้งใจจะขับรถไปเอง
ดีที่ตอนนี้คนไม่มากนัก เจียงกวนชิงใช้เวลายี่สิบนาทีก็มาถึงที่หมาย
"สวัสดีครับ ผมคือเจียงกวนชิง พี่ชายของเจียงหนิง"
"ครับ ผมขอแจ้งรายละเอียดเหตุการณ์ให้คุณทราบก่อนนะครับ"
"เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วเราได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนพลเมืองดีว่ามีคนรวมตัววิวาทกันครับ รวมเจียงหนิงด้วยก็มีทั้งหมด 16 คน ในที่เกิดเหตุพบอาวุธมีดและไม้ที่ถูกควบคุมไว้ ทุกคนมีบาดแผลตามตัวไม่มากก็น้อย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัสห้าคน มีบาดแผลจากของมีคมครับ"
ได้ยินถึงตรงนี้ หัวใจของเจียงกวนชิงก็เต้นแรงขึ้นมา หวั่นใจเรื่องเจียงหนิง ทว่าก็ยังอดทนฟังต่อไป
"แขนซ้ายของเจียงหนิงถูกฟันหนึ่งแผลครับ ได้ทำแผลเบื้องต้นให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากทำการไกล่เกลี่ย พวกเขาเลือกที่จะยอมความกันส่วนตัว ได้รับการอบรมและตักเตือนไปแล้วครับ"
"ครับ รบกวนพวกคุณแล้วนะครับ ตอนนี้ถ้าชำระค่าประกันตัวจะพาตัวออกไปได้เลยไหมครับ"
"ได้ครับ"