เหมียวต้าจ้วงกับยาย่าไม่ได้รับอนุญาตให้กินเผ็ด
พวกเขาจ้องเนื้อในหม้อเขม็ง น้ำลายแทบจะไหลหยดลงมา
อย่าว่าแต่พวกเขาเลย แม้แต่หยูเจาจ้าวเองก็หิวแล้ว
“ได้แล้ว ๆ มากินด้วยกันเถอะ”
เธอตักไก่ที่สุกแล้วขึ้นมา
ส่วนเนื้อวัวกับเนื้อปลาหั่นแผ่นยิ่งสุกเร็ว แค่ลวกไม่กี่นาทีก็ตักขึ้นมาใส่จานสะอาดได้แล้ว
จากนั้นทุกคนก็คีบด้วยตะเกียบ จุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มของตัวเองแล้วกิน
เนื้อกับอาหารแต่ละจานสุกทยอยถูกตักขึ้นมา ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ใบหน้าแดงระเรื่อ
เหมียวเถียจูกินอย่างมีความสุขจนแทบร้องไห้ ช่วงนี้แม่กับลูกชายคนโตได้กินดีเกินไปแล้ว
มิน่าล่ะช่วงนี้ถึงให้เขาเก็บเนื้อไว้ทุกวัน
เขาคิดว่าอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา คือฝีมือของหัวหน้าเจิ้งที่ร้านอาหารของรัฐกับโรงอาหาร
แต่ตอนนี้แค่ทำสุกี้ง่าย ๆ ทุกคนมานั่งล้อมวงกินด้วยกัน พูดคุยหัวเราะกัน ช่างอบอุ่นและชวนให้ซาบซึ้งใจจริง ๆ
ฮือ ๆ อร่อยเหลือเกิน มีความสุขเหลือเกิน
มันฝรั่งตุ๋นวุ้นเส้นของหัวหน้าฟู่ที่กินตอนกลางวันนี้ รสชาติแทบไม่ต่างจากขี้หมาเลย
ช่างทำลายวัตถุดิบเสียจริง
เขาเคยกินมันฝรั่งตุ๋นวุ้นเส้นที่ร้านอาหารของรัฐมาแล้ว ฝีมือพ่อครัวใหญ่ย่อมอร่อยอยู่แล้ว
เมื่อก่อนอาหารฝีมือหัวหน้าฟู่แม้จะไม่ถึงกับอร่อย แต่ก็ไม่ได้แย่จนชวนให้อยากอาเจียน
แต่มื้อกลางวันนี้กินแล้วเขารู้สึกไม่สบายท้อง กลืนแทบไม่ลง แถมยังคลื่นไส้จนอยากอาเจียน
ในใจยิ่งรู้สึกขาดทุนเข้าไปใหญ่
พ่อตาของเขามีสายตาแบบไหนกัน ถึงได้ดันคนแบบนี้ขึ้นเป็นพ่อครัวใหญ่
ในสายตาของเหมียวเถียจู หัวหน้าฟู่เป็นแค่พ่อครัวช่วยงานก็พอแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่าเหมียวเถียจูคิดอะไรอยู่ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตากินกัน
