มื้อเย็นวันนี้ทำสุกี้ ยายเจียงกับยายหลิวออกไปเก็บผักป่าข้างนอกกลับมา
เหมียวต้าจ้วงก็กลับมาเหมือนกัน วันนี้เขาไปเก็บเกาลัดไทยกับเพื่อน ๆ พอเห็นว่าที่บ้านไม่มีใครอยู่ จึงเดินมาทางนี้
พอเข้าประตูมา เขาก็เดินตรงไปข้างกระด้ง ยกชายเสื้อที่พองตุงขึ้น แล้วเทผลไม้ป่ากลม ๆ ออกมากองหนึ่ง เสียงผลไม้กลิ้งกราวไปทั่ว
ลูกที่สุกเต็มที่มีสีม่วงดำ ผิวเคลือบด้วยฝ้าขาวบาง ๆ บีบแล้วนุ่มหยุ่น ยอดผลมีก้านแข็งคล้ายถ้วยเหล้าใบเล็ก ๆ
ลูกที่สุกครึ่งหนึ่งมีสีแดงเข้ม ยังแข็งอยู่เล็กน้อย
ส่วนลูกสีเขียวกินไม่ได้เลย ทั้งฝาดทั้งขม แค่กัดคำเดียวก็เปรี้ยวจนต้องเบ้หน้า
“หนูไปเก็บกับเชว่ยจื่อและพวกเขาที่เนินเขาด้านหลัง ตรงนั้นออกลูกดกมาก แค่เอื้อมมือรูดก็ได้เต็มกำมือ รู้อย่างนี้หนูน่าจะเอาตะกร้าไปด้วย ชายเสื้อใส่ได้ไม่เท่าไรเอง”
เหมียวต้าจ้วงทำหน้าเสียดาย เขาหยิบผลไม้ขึ้นมากำหนึ่ง แล้วยื่นให้ยาย่าลูกสาวของเฮ่อยื่อเลี่ยงกับหลี่เสี่ยวหยุน “เลือกกินลูกสีม่วงดำนะ สีแดงเปรี้ยว ส่วนสีเขียวอย่าแตะเชียว ฝาดจนต้องแลบลิ้นแน่”
“หนูก็เคยกินนะ แถวบ้านหนูมีเกาลัดไทยเยอะเหมือนกัน แต่พี่ชายกับพี่สาวไปเก็บที่ภูเขาทุกวัน ไม่ยอมให้หนูกินเลย พี่ต้าจ้วงใจดีจัง”
ยาย่ามาถึงตั้งแต่เช้าและรู้จักกับเหมียวต้าจ้วงแล้ว พอเห็นเขาเป็นฝ่ายยื่นเกาลัดไทยให้กิน เธอก็ปักใจว่าเหมียวต้าจ้วงเป็นคนดี
โลกของเด็ก ๆ ก็เรียบง่ายบริสุทธิ์แบบนี้เอง
แต่เหมียวต้าจ้วงก็เป็นเด็กดีจริง ๆ ความหม่นหมองและดื้อรั้นที่เคยมีหายไปหมดแล้ว ตอนนี้กลายเป็นเด็กกระตือรือร้นและสดใส
ยายหลิวดีใจมาก
“ต้าจ้วง เอาไปล้างให้สะอาดแล้วค่อยเอามา”
